posttoday
อิสลามปล่อยกู้นักเรียนกยศ.

อิสลามปล่อยกู้นักเรียนกยศ.

07 พฤษภาคม 2553

ธนาคารอิสลาม เข้าร่วมโครงการ ปล่อยกู้ นักเรียน กยศ. ล่าสุด มีนักเรียนที่ยื่นความประสงค์ขอกู้ยืมแล้ว 2.1 หมื่นคน

ธนาคารอิสลาม เข้าร่วมโครงการ ปล่อยกู้ นักเรียน กยศ. ล่าสุด มีนักเรียนที่ยื่นความประสงค์ขอกู้ยืมแล้ว 2.1 หมื่นคน

นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ ไอแบงก์ กล่าวว่า ธนาคารได้เข้าร่วมกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งขณะนี้ธนาคารมีความพร้อมที่จะโอนเงินให้กับนักเรียนได้ในเดือน ส.ค. 2553 ปีการศึกษา 2553 นี้เป็นต้นไป ขณะนี้มีนักเรียน นักศึกษา แจ้งความประสงค์ใช้เงินของ กยศ. ผ่าน ไอแบงก์ จำนวน 2.1 หมื่นคน จากนักศึกษาที่กู้ยืมทั้งหมด 8 แสนราย ซึ่งผู้ที่มาขอกู้ผ่านไอแบงก์ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามุสลิม

ในส่วนของการโอนเงิน นักเรียน นักศึกษา ที่ได้รับการอนุมัติ จะต้องเปิดบัญชีกับไอแบงก์ โดยในปีแรกไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าและการทำบัตรเอทีเอ็ม จากปกติที่ต้องเสียค่าทำบัตร 150 บาท และธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ทุกเดือน ตามระดับการศึกษา ซึ่งคาดว่าไอแบงก์ จะต้องโอนเงินให้นักเรียน นักศึกษา เดือนละ 32 ล้านบาท

"การที่ธนาคารเข้าร่วมกับ กยศ. จะส่งผลดีกับนักศึกษาที่เป็นมุลสลิม เพราะการดำเนินกิจการทำตามหลักศาสนา และธนาคารเห็นว่าการเข้าร่วมเป็นการเพิ่มช่องทางให้นักศึกษามุศลิมเข้าถึงกองทุน กนศ. มากขึ้น แต่ธนาคารไม่ได้จำกัดการบริการกับนักศึกษามุศลิมเท่านั้น แต่เปิดบริการให้กับนักเรียน นักศึกษาอื่นด้วย" นายธีรศักดิ์ กล่าว

ด้านนายธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุน กยศ. กล่าวว่า การร่วมกับไอแบงก์ เป็นการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงเงินกู้ยืมของกลุ่มเยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลาม อันเนื่องมาจากขาดความเชื่อมั่นว่าที่ผ่านมาการกู้ยืมไม่เป็นไปตามหลักศาสนา ทำให้ต้องออกจากระบบการศึกษาไปเนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์  ทางกองทุนจึงปรับสัญญาการกู้เงินให้สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม และร่วมมือกับไอแบงก์ปล่อยกู้ดังกล่าว


สำหรับเดือน มี.ค.53 ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จัดเก็บได้สูงสุดอันดับแรก 14,602 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 6,254 ล้านบาท หรือร้อยละ 74.93 เป็นผลมาจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีน้ำมันเมื่อวันที่ 14 พ.ค.52  จึงส่งผลให้มีรายได้ภาษีน้ำมันสูงขึ้น

รองลงมาได้แก่ ภาษีรถยนต์ จัดเก็บได้ 5,754 ล้านบาทสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 2,497 ล้านบาท หรือร้อยละ 76.71 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจและหันมาซื้อรถยนต์กันเพิ่มมากขึ้น และภาษีเบียร์ จัดเก็บได้ 6,736 ล้านบาท สูงกว่าประมาณตามเอกสารงบประมาณ 2,037 ล้านบาท หรือ 43.35 เป็นผลมาจากการเพิ่มอัตราภาษีเบียร์เมื่อวันที่ 7 พ.ค.52 จากร้อยละ 55 ของมูลค่าเป็นร้อยละ 60 ของมูลค่า และภาพรวมปริมาณการผลิตเบียร์ในเดือน มี.ค.ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.15

“เพื่อเป็นการช่วยด้านการคลังและงบประมาณของรัฐบาล และให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ  จึงได้มอบนโยบายให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต เพิ่มเป็น 366,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 75,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 25.8 จากเป้าหมายเดิมที่เป็นจำนวน 291,000 ล้านบาท  และเชื่อว่ากรมสรรพสามิตจะสามารถจัดเก็บรายได้ภาษีได้ตามเป้าหมายใหม่"  รมช.คลัง กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ