รฟท.แจงปิดทางรถไฟไม่เกี่ยวการเมือง
"ชัชชาติ"แจงปิดซ่อมทางรถไฟบางช่วงไม่เกี่ยวการเมือง แต่เป็นเรื่องความปลอดภัย "ประภัสร์"ระบุสภาพไม่หมอนผุมากอาจเกิดอุบัติเหตุได้
"ชัชชาติ"แจงปิดซ่อมทางรถไฟบางช่วงไม่เกี่ยวการเมือง แต่เป็นเรื่องความปลอดภัย "ประภัสร์"ระบุสภาพไม่หมอนผุมากอาจเกิดอุบัติเหตุได้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่มีการปิดซ่อมทางรถไฟสายใต้บางช่วงว่า เรื่องการปิดทางรถไฟได้ให้นโยบายดังนี้ ให้เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งต้องขึ้นกับการประเมินของรถไฟ ถ้าจำเป็นต้องปิด ให้ประสาน บขส จัดรถเดินในช่วงที่ปิด เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้ปกติ
ทั้งนี้ ถ้าจำเป็น ให้ทำให้เร็วและเป็นช่วงๆเพื่อให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด และ รถไฟสายใต้มีจำนวนผู้โดยสารเข้ากรุงเทพปกติวันละ 13,000-15,000 คน ซึ่งเป็นผู้โดยสารที่ต้องเดินทางปกติ และถูกจำกัดโดยจำนวนที่นั่ง ในช่วงชุมนุมอาจมียอดผู้โดยสารเพิ่มขึ้นได้วันละ 2,000-4,000 คน โดยปกติผู้เข้ามาชุมนุมส่วนใหญ่จะมาทางรถบขส. รถตู้ รถบัส โดยเฉพาะรถหมวด 30 (รถเช่าเหมาคัน) เพราะรถไฟที่นั่งจำกัด และ บางทีเสียเวลามาก
“ได้สั่งการแล้วว่าให้ทุกหน่วยวางตัวเป็นกลาง ยึดความปลอดภัยและความสะดวกของประชาชนเป็นสำคัญ”นายชัชชาติ กล่าว
ด้านนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ได้หยุดเดินรถไฟสายใต้3 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่11-13 ม.ค.57 หลังจากตรวจสอบพบสภาพรางรถไฟหลายจุดในเส้นล่องใต้ชำรุด โดยเฉพาะบริเวณรางก่อนจังหวัดชุมพร ที่พบไม้หมอนเก่าและผุมากจนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นขออย่านำเอาการปิดเส้นทางรถไฟไปเป็นประเด็นการเมือง เพราะองค์กร รฟท.ไม่เคยไปเกี่ยวกับม็อบ ยุ่งกับการเมือง จะมุ่งให้บริการประชาชนอย่างเดียว ที่สำคัญหากปิดรถไฟแล้ว ประชาชนก็สามารถใช้รถทัวร์เดินทางไปชุมนุมได้
ทั้งนี้การปิดรถไฟครั้งนี้เป็นเรื่องของความปลอดภัยเป็นเหตุผลเดียวส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกเวลาปิดซ่อมบำรุงรถไฟสายใต้ในช่วงนี้เป็นการสกัดม็อบเข้ากรุงนั้น ขอยืนยันว่าไม่ใช่เพราะหากจำกันได้ตนเคยพูดมาก่อนแล้วว่า ต้นปีนี้จะมีการปิดซ่อมสายใต้ ต่อจากสายเหนือที่เพิ่งเสร็จไป แต่ที่มาเลือกช่วงนี้เพราะก่อนหน้านี้ เพิ่งเกิดเหตุรถไฟด่วนพิเศษ กรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ธ ตกรางที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช จึงส่งรองผู้ว่าฯ ไปตรวจสอบดูก็พบว่าสภาพรางไม้หมอนแย่จริงๆ จึงต้องปิดซ่อมด่วน โดยคาดว่ารถไฟจะกลับมาเปิดได้ในวันที่ 13 ม.ค. หรืออย่างช้าก็เช้าวันที่ 14 ม.ค.
รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ( กทพ. ) กระทรวงคมนาคม แจ้งว่า ตามที่มีข่าวผ่านทางสื่อมวลชนว่า กทพ. จะปิดทางลงทางพิเศษในบริเวณต่างๆ อาทิ ทางลงถนนสีลม ทางลงอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางลงสุขุมวิท ฯลฯ นั้น กทพ. ขอชี้แจงว่าการจะพิจารณาดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับทางพิเศษนั้น กทพ.จะพิจารณาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในขณะนั้นว่าเกิดผลกระทบอย่างไรเท่านั้น
ทั้งนี้กทพ. มีแผนการปฏิบัติและรองรับในกรณีนี้แล้ว ซึ่งการปิดเส้นทางพิเศษเป็นเรื่องที่สำคัญมาก จะต้องเป็นคำสั่งจากผู้ว่าการ กทพ. ในฐานะเจ้าพนักงานจราจรบนทางพิเศษเท่านั้น ดังนั้น จึงขอเรียนว่า ณ สถานการณ์ปัจจุบัน กทพ. ยังคงเปิดให้บริการทางพิเศษทุกสายทางตามปกติ
อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นต้องปิดเส้นทางพิเศษหรือทางขึ้น-ลง ในบางบริเวณ กทพ. จะได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้ทางได้รับทราบในทันที







