
บจ.หาทุน1.7หมื่นล.
ลูกCPFขายหุ้นกู้อนุพันธ์เข้าตลาดสิงคโปร์ 4บริษัทระดมทุนใช้หนี้ขยายธุรกิจ
ลูกCPFขายหุ้นกู้อนุพันธ์เข้าตลาดสิงคโปร์ 4บริษัทระดมทุนใช้หนี้ขยายธุรกิจ
บริษัทย่อย CPF ขายหุ้นกู้อนุพันธ์เฉียด 9,600 ล้านบาทจดทะเบียนตลาดหุ้นสิงคโปร์
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เปิดเผยว่า บริษัท ซี.พี.ฟู้ดส์ โฮลดิ้งส์ (CPFH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CPF ถือหุ้นทั้งหมด 100% จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายบริติช เวอร์จิ้น ไอร์แลนด์ ได้กำหนดราคาและเสนอขายหุ้นกู้อนุพันธ์ มูลค่ารวม 290.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 9,600 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2562 อัตราดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี เสนอขายแก่ผู้ลงทุนในต่างประเทศ ทั้งนี้ CPFH มีแผนที่จะจดทะเบียนหุ้นกู้ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ภายในวันที่ 17 ม.ค. 2557
บริษัทกำหนดให้ผู้ถือหุ้นกู้มีสิทธิเลือก 3 แนวทาง คือ 1.แปลงสภาพหุ้นกู้เป็นหุ้นของบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ซึ่งถือโดย CPFH หรือ 2.ขอไถ่ถอนหุ้นกู้ CPFH เมื่อครบ 2 ปี หรือ 3.ถือหุ้นกู้ไว้จนถึงวันครบกำหนด ซึ่งกรณีที่ขอแปลงเป็นหุ้น CPALL นั้น CPFH มีสิทธิเลือกส่งมอบหุ้น CPALL หรือส่งมอบเป็นเงินสดในจำนวนเทียบเท่ากับมูลค่าหุ้น CPALL ก็ได้ ทั้งนี้ราคาแปลงสภาพเป็นหุ้น CPALL เริ่มต้นที่หุ้นละ 53.30 บาท ซึ่งเท่ากับ 130% ของราคาปิดวันที่ 9 ม.ค. 2557
ด้านบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 4 แห่งเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 7,600 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปชำระหนี้คืน และขยายธุรกิจ
ทางด้านทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาท ของบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP ที่ระดับ “A-” พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดปัจจุบันที่ระดับ “A-” โดยแนวโน้มยังคง “คงที่”
สำหรับอันดับเครดิตสะท้อนถึงผลงานของบริษัทเป็นที่ยอมรับในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย รวมถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง การมีสินค้าที่หลากหลาย และรายได้ในอนาคตที่รองรับด้วยมูลค่าโครงการที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (แบ็กล็อก) จำนวนมาก แต่จุดแข็งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากลักษณะของธุรกิจที่เป็นวงจรขึ้นลง ตลอดจนแรงกดดันจากราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นและการขาดแคลนแรงงาน รวมถึงภาระหนี้ของบริษัทที่อยู่ในระดับปานกลาง
แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันที่เข้มแข็งในกลุ่มสินค้าหลัก และจะสามารถปรับปรุงสินค้าให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วได้อย่างมีความสมดุล
นอกจากนี้ แนวโน้มอันดับเครดิตยังสะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะยังคงดำรงนโยบายทางการเงินที่ระมัดระวังต่อไป และจะสามารถรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนให้อยู่ในระดับประมาณ 50-55% ในระยะปานกลางไว้ได้
นอกจากนั้น ทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันในวงเงินไม่เกิน 1,600 ล้านบาท ของบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) ที่ระดับ “A” สะท้อนถึงสถานะผู้นำของบริษัทในธุรกิจโรงงานสำเร็จรูปและคลังสินค้าให้เช่า ตลอดจนกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอจากรายได้ค่าเช่าโรงงานและคลังสินค้า
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการลงทุนจำนวนมาก รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจคลังสินค้าให้เช่า และความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของภาวเศรษฐกิจ
สำหรับบริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) ที่มีแผนจะออกหุ้นกู้ไม่มีประกันในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระหนี้เดิมนั้น ทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตที่ระดับ “BBB” สะท้อนสถานะของบริษัทในการเป็นผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในประเทศไทย และการมีเครือข่ายกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง แต่อันดับเครดิตถูกลดทอนบางส่วนจากลักษณะที่ผันผวนของราคาก๊าซ LPG และความไม่แน่นอนของกฎระเบียบในประเทศไทย
นอกจากนี้ ทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันในวงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ของบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ที่ระดับ “A-” ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินไปใช้ชำระหนี้และใช้เป็นเงินลงทุนเพื่อขยายสาขา







