posttoday
แบกเป้เที่ยวอิเหนาชวนชิมเมนูเด็ด

แบกเป้เที่ยวอิเหนาชวนชิมเมนูเด็ด

10 มกราคม 2557

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

การออกจากบ้านไปเที่ยวต่างบ้านต่างเมือง สิ่งสำคัญที่หลายคนเป็นกังวลไม่น้อย คือ เรื่องอาหารการกิน เพราะต่างบ้านต่างถิ่นหากอาหารไม่ถูกปาก ท้องหิว คงเที่ยวไม่สนุก โดยเฉพาะประเทศที่อาหารไม่เป็นที่คุ้นเคย แต่หากเปิดใจทดลองกินอาหารท้องถิ่นบ้าง ก็จะทำให้ได้รู้จักประเทศนั้นๆ ได้ดียิ่งขึ้น

การเดินทางไป อินโดนีเซีย อย่างแรกที่ควรคำนึงถึง คือ การเป็นประเทศมุสลิม ผู้คนส่วนใหญ่จะบริโภคไก่ เนื้อวัว และอาหารมังสวิรัติเป็นหลัก ไม่ค่อยบริโภคเนื้อหมู ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวไทยไม่คุ้นชิน อาหารการกินในเมืองหลักๆ อย่าง ยอร์กยาการ์ตา สุราบายา รวมถึงเมืองท่องเที่ยวต่างๆ นั้นหาได้ไม่ยาก มีขายริมถนน และมีร้านให้เลือกมากมาย

นักท่องเที่ยวงบประมาณน้อยจึงนิยมกินอาหารริมถนนเหมือนคนท้องถิ่น ซึ่งรสชาติอาหารก็ไม่ได้กินยากอย่างที่คิด

อาหารอย่างแรกที่สะดุดตา และกินง่ายที่สุด คือ ข้าวผัด (Nasi Goreng) สั่งง่าย รสชาติอร่อย ไม่ว่าจะกินที่ไหน อาหารจานนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ซึ่งแต่ละร้านจะมีวิธีการทำและใส่วัตถุดิบที่แตกต่างกันไป บางร้านเป็นข้าวผัดไก่ บางร้านเป็นข้าวผัดกุ้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในอาหารจานนี้ คือ ไข่ดาว ที่ดูเหมือนจะเป็นเครื่องเคียงใส่มาให้โดยไม่ต้องสั่งเพิ่ม

ข้าวผัดอินโดนีเซียมีรสชาติที่แตกต่างจากข้าวผัดไทยอยู่บ้าง เพราะจะนำข้าวไปผัดกับซอสแล้วใส่เนื้อสัตว์ลงไป ต่างจากไทยที่ผัดใส่ไข่ ซึ่งวิธีการทำที่แตกต่างกันออกไปนี้ทำให้ได้รสชาติที่แปลกใหม่ อร่อยถูกปาก และเป็นอาหารจานหลักของทริปเลยก็ว่าได้

จานที่สองที่อยากจะแนะนำ คือ ผัดหมี่ (Mie Goreng) มีทั้งเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผัด หรือเส้นหมี่ข้าวผัด จานนี้ถูกปากคนไทยแน่นอน เพราะกินกันอยู่บ่อยๆ บางร้านจะใส่เนื้อสัตว์อย่างไก่หรือกุ้ง แต่บางร้านจะไม่ใส่เนื้อสัตว์เลย ซึ่งรสชาติอร่อยถูกปาก ทำให้เป็นอีกจานที่สั่งกินบ่อย และมีเครื่องเคียงเป็นไข่ดาวเช่นเคย

อีกหนึ่งจานที่หากินได้ตามริมทาง คือร้านขายก๋วยเตี๋ยว ซุปหมี่ (Soup Mie) หน้าตาคล้ายก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกในเมืองไทย แต่จะใช้เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ใส่่กะหล่ำปลี กินกับน้ำซุปไก่ ซึ่งทั้งร้านจะขายอยู่เมนูเดียว เส้นแบบเดียว ไม่เหมือนกับร้านก๋วยเตี๋ยวเมืองไทยที่มีหลากหลาย เมนูนี้ช่วยคลายเหนื่อยจากการเดินทั้งวัน

อาหารจานเด็ดอีกจานที่หากินได้ริมถนนคือ ไก่ เนื้อ สะเต๊ะ (Sate Ayam) ของว่างจานนี้รสชาติค่อนข้างต่างจากไทย โดยเฉพาะน้ำจิ้มที่รสชาติหวาน อาจจะผิดไปจากที่คาดหวังบ้าง เพราะคิดว่ารสชาติจะคล้ายของไทย แต่หากใครที่ชอบกินรสหวานอาจจะชอบ ซึ่งจานนี้มีขายทั้งในร้านอาหารปกติ ไปจนถึงร้านริมถนนที่นั่งกินเป็นไม้ย่างใหม่ร้อนๆ บนโต๊ะ

ส่วนเครื่องดื่มของร้านอาหารริมถนน ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำชา มีให้เลือกทั้งร้อนและเย็น เป็นชาแบบไม่ใส่นม ชาส่วนใหญ่มีกลิ่นหอม รสชาติดี แต่ไม่ว่าจะสั่งชาร้อนหรือชาเย็นจะถูกใส่น้ำตาลมาให้เรียบร้อย หากใครที่ไม่ชอบหวานควรจะบอกไม่ใส่น้ำตาลเป็นที่ดีที่สุด

มาถึงร้านอาหารอีกแบบที่ลองเข้าไปกินก็พบกับความแปลกใหม่ของการบริหารจัดการ ร้านนี้มีชื่อว่า Padang ราคาย่อมเยา สมเหตุสมผล มองดูภายนอกคล้ายร้านข้าวราดแกง แต่เมื่อเข้าไปกินแล้ว ร้านนี้คล้ายกับบุฟเฟ่ต์บ้านเรา ลูกค้าต้องบริการตัวเอง เริ่มจากการตักข้าวใส่จานตามปริมาณที่ต้องการ แล้วตักกับข้าวราดข้าว จะตักกับข้าวกี่อย่างก็ไม่มีใครว่า เพราะที่ร้านมีกับข้าวให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ไก่ทอด ปลาทอดหลายชนิด ไข่ต้ม ไปจนถึงแกงต่างๆ

สิ่งสำคัญของบุฟเฟ่ต์ข้าวราดแกงร้านนี้ คือ ลูกค้าจำเป็นต้องจำให้ได้ว่าตักอะไรใส่จานมากินบ้าง และตักมากี่ชิ้น เพราะเมื่อคิดเงินที่เคาน์เตอร์ ลูกค้าแต่ละคนจะต้องบอกกับพนักงานว่ากินอะไรบ้างกี่ชิ้น เช่น ไข่ต้ม 1 ฟอง ไก่ทอด 1 ชิ้น แกงปลา 2 ชิ้น เป็นต้น พนักงานจะคิดราคาตามปริมาณที่กินอย่างแม่นยำ ซึ่งลูกค้าทุกคนต่างบอกจำนวนที่ถูกต้อง ไม่มีใครบอกน้อยกว่าจำนวนที่กินจริงๆ เป็นรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเห็นในเมืองไทยเลยจริงๆ ร้านอาหารแบบนี้จะมีอยู่ทั่วไปแทบทุกเมือง คล้ายแฟรนไชส์ ซึ่งจะเป็นที่นิยมของคนท้องถิ่นอย่างมาก

อาหารเหล่านี้หากินได้ง่าย ราคาไม่แพง และน่าจะถูกปากคนไทย รวมถึงชาวต่างชาติ ที่หากลองเปิดใจ ก็จะพบว่าการกินในต่างแดนนั้นไม่ยากอย่างที่คิด

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ