
MAIระดมทุน2หมื่นล้าน
ปี’56สถิติสูงสุด15ปีทุกด้านบริษัทจดทะเบียนไอพีโอ60ราย
ปี’56สถิติสูงสุด15ปีทุกด้านบริษัทจดทะเบียนไอพีโอ60ราย
ปี 2556 mai ทำสถิติมูลค่าระดมทุนสูงเฉียด 2 หมื่นล้านบาท สูงสุด 15 ปี ตั้งแต่ตั้งตลาดมา
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ในปี 2556 มูลค่าระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ สูงถึง 19,904 ล้านบาท แบ่งเป็นการระดมทุนจากบริษัทเข้าใหม่ 15 บริษัท จำนวน 8,017 ล้านบาท และการระดมทุนเพิ่มของบริษัทจดทะเบียน 45 บริษัท รวม 11,887ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนจำนวนมากยังใช้ประโยชน์ตลาดทุนเพื่อให้ธุรกิจเติบโต ผ่านการใช้เครื่องมือทางการเงิน โดยปีที่ผ่านมา 36 บริษัทใช้เครื่องมือทางการเงินรวม 51 เครื่องมือ ทั้งการจ่ายหุ้นปันผล การออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) และการให้ผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน
ปี 2556 ยังเป็นปีที่ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ประสบความสำเร็จโดยทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งตลาดมา 15 ปี ได้แก่ ประการแรก จำนวนบริษัทจดทะเบียนที่เข้าใหม่ 15 บริษัท
ประการที่สอง มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 177,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อนหน้า โดยหุ้นเข้าใหม่มีสัดส่วนมาร์เก็ตแคป 28% ของทั้งตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ
ประการที่สาม มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 2,259 ล้านบาท และประการที่สี่ จำนวนรายการเฉลี่ยต่อวัน 36,676รายการ
สำหรับปีนี้มีบริษัทที่ได้รับอนุมัติให้เสนอขายหลักทรัพย์ (ไอพีโอ) และอยู่ระหว่างการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) 10 บริษัท การให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน โดยสนับสนุนการเพิ่มคุณภาพและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนผ่านการระดมทุนและการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ 95 บริษัท
นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปรแมเนจเม้นท์ (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท บางกอก ชีทเม็ททัล (BM) กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างของบริษัทและการเตรียมความพร้อมต่างๆ เพื่อรอยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) แก่สำนักงาน ก.ล.ต. โดยจะยื่นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ
บริษัท บางกอก ชีทเม็ททัล เป็นผู้นำผู้ผลิตแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็ก อาทิ รางและท่อร้อยสายไฟฟ้า มีทุนจดทะเบียน 91 ล้านบาท โดยตั้งแต่ปี 2553-2555 ยอดขายเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 25% โดยขยายตัวในแถบประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงและอุตสาหกรรมในประเทศ ทั้งในส่วนของโครงข่ายสื่อสาร 3จี ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ยอดขายมีโอกาสเติบโตจากการขยายในส่วนนี้ได้อีกมาก ประกอบกับการขยายสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ เป็นโอกาสให้ยอดขายในกลุ่มรางและท่อร้อยสายไฟฟ้าที่เป็นรายได้หลักเติบโตขึ้นอีกด้วย
นายธานิน สัจจะบริบูรณ์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก ชีทเม็ททัล ชี้แจงว่า บริษัทคาดว่ายอดขายจะเติบโตในระดับเดียวกับในช่วงที่ผ่านมาประมาณ 25% ต่อปี จากยอดขายประมาณ 840 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันส่วนของผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับผลมาจากลูกค้ามีการขยายธุรกิจทั้งในส่วนของในประเทศและโอกาสในการส่งออกไปยังลูกค้าแถบประเทศอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม กัมพูชา พม่าและลาว ในอนาคต
“การเข้าตลาดหลักทรัพย์ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นก้าวที่สำคัญ เพราะจะทำให้มีโอกาสในการที่จะขยายธุรกิจให้เติบโตได้ รวมทั้งยังทำให้มีภาพลักษณ์ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อลูกค้า คู่ค้า ตลอดจนความภาคภูมิใจของพนักงาน” นายธานิน กล่าว







