posttoday
ใช้มือถือสอนเด็กรับเทรนด์โลกไฮเทค

ใช้มือถือสอนเด็กรับเทรนด์โลกไฮเทค

09 มกราคม 2557

ขณะที่ไทยและเพื่อนบ้านกำลังก้าวสู่การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ปฏิเสธไม่ได้ว่าบริบทของสังคมโลกยังคงเปลี่ยนแปลงและมีอิทธิพลต่อผู้คนในภูมิภาคนี้อยู่เสมอ

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ขณะที่ไทยและเพื่อนบ้านกำลังก้าวสู่การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ปฏิเสธไม่ได้ว่าบริบทของสังคมโลกยังคงเปลี่ยนแปลงและมีอิทธิพลต่อผู้คนในภูมิภาคนี้อยู่เสมอ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี

Internet World Stats ประมาณการว่า ในปี 2555 อาเซียนมีประชากรรวมกัน 622.10 ล้านคน และจนถึงช่วงกลางปี มีประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 163.58 ล้านคน หรือคิดเป็น 26.30% ของประชากรทั้งหมด จากสถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า อาเซียนยังมีช่องว่างให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอีกมาก ภาคส่วนต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัว โดยเฉพาะภาคส่วนที่ต้องเจอคน “วัยเทคโนโลยี” จำนวนมาก เช่น ภาคการศึกษา

ฮาโย เรนเดอร์ ศาสตราจารย์ด้านการสอนภาษาอังกฤษแก่ผู้เรียนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก (TESOL) มหาวิทยาลัยอนาเฮม สหรัฐอเมริกา เล่าในงานสัมมนา “Revolutionizing English Language Teaching for The ASEAN Integration” จัดโดยสถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ปัจจุบันประชากรจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั้งสิ้นกว่า 2,000 ล้านคน โดยใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือมากที่สุด ไม่ใช่คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต และแนวโน้มผู้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มเป็น 3,000 ล้านคนใน 57 ปี

ครูอาจารย์ในอาเซียนซึ่งเป็นภูมิภาคที่การใช้อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือยังเติบโตได้ จึงต้องเตรียมปรับตัวรับแนวโน้มดังกล่าว เพื่อต่อยอดทั้งสองสิ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เขาอธิบายว่า โทรศัพท์มือถือมีคุณสมบัติสำคัญ 5 ข้อ 1.สามารถพกพาได้ง่าย 2.สร้างการโต้ตอบระหว่างคนในสังคม 3.ไวต่อความเปลี่ยนแปลง บริบทสถานการณ์ต่างๆ 4.ทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน และ 5.เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล เช่น การส่งไลน์สติกเกอร์อันเดิมเป็นประจำ

สำหรับการนำโทรศัพท์มือถือเข้ามาใช้การเรียนการสอน จึงต้องคำนึงถึงคุณสมบัติ 5 ข้อดังกล่าว เพื่อเอามาประยุกต์ให้เข้ากับการพัฒนาเด็กทั้งในและนอกห้องเรียน เช่น การสร้างความร่วมมือในสถานการณ์ต่างๆ

“ที่สำคัญครูต้องพร้อมจะเปลี่ยนบทบาทจากเดิม ในยุคที่เทคโนโลยีเติบโตขึ้น ครูต้องไม่ใช่ผู้สอน แต่ต้องเป็นผู้สนับสนุน ต้องให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองผ่านเทคโนโลยี”

ฮาโย วิเคราะห์ว่า ครูยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญกับการมอบหมายชิ้นงานเพิ่มมากขึ้น เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจผ่านการปฏิบัติ ในโทรศัพท์มือถือก็มีแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจหลายแอพพลิเคชั่นที่นำมาใช้ได้

แอพพลิเคชั่นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ แอพพลิเคชั่นถ่ายภาพสถานที่ที่ขึ้นชื่อและคำอธิบายของสถานที่เหล่านั้นเป็นภาษาอังกฤษ เด็กจะมีโอกาสได้สนุกและเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นเกมต่างๆ อีกมากมายที่เอามาประยุกต์ใช้ได้

ขณะเดียวกัน สมาร์ทโฟนในปัจจุบันยังสามารถดาวน์โหลดอีบุ๊กเป็นไฟล์นามสกุลมาอ่านได้ตามชอบใจ ครูก็มอบหมายให้เด็กอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย

สำหรับในอาเซียนอาจจะพบปัญหาเกี่ยวกับการนำโทรศัพท์มือถือมาใช้ประกอบการเรียนการสอน 2 เรื่อง ปัญหาแรก คือ เด็กที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เขตเมืองและเด็กที่อายุค่อนข้างน้อยยังไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ อาจเพราะผู้ปกครองไม่สนับสนุนหรือเป็นห่วงว่าอาจเกิดอันตราย วิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้น คือ กิจกรรมที่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือให้เด็กทำเป็นกิจกรรมกลุ่มแทน และใช้โทรศัพท์เครื่องเดียวกันในการเรียนรู้

อีกปัญหาหนึ่ง คือ เด็กในภูมิภาคนี้นิยมใช้โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตเพื่อการเล่นมากกว่าเพื่อการเรียน ผู้ใหญ่มักบอกว่าเด็กเอาแต่ใช้โทรศัพท์แชตกับเพื่อนหรือเล่นเกม นี่เป็นเพราะเด็กยังไม่รู้ว่าเขาจะสามารถนำโทรศัพท์ที่มีมาใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง จึงเป็นหน้าที่ของครูที่จะต้องบอกวิธีการใช้โทรศัพท์ให้เกิดประโยชน์แก่เด็กๆ

แม้ว่าในช่วงแรกเริ่มที่ครูนำโทรศัพท์มือถือมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนอาจประสบปัญหาอื่นๆ อีกนอกเหนือจากปัญหาข้างต้น แต่หากทดลองหลายๆ วิธีไปเรื่อยๆ จะประสบความสำเร็จได้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค