
กรุงไทยส่งทริกเกอร์เก็บหุ้น
ตั้งเป้าผลตอบแทน5%ใน6เดือนกสิกรชูกองตราสารหนี้รอการเมืองชัด
ตั้งเป้าผลตอบแทน5%ใน6เดือนกสิกรชูกองตราสารหนี้รอการเมืองชัด
KTAM ฉวยจังหวะหุ้นร่วง ตั้งทริกเกอร์ ฟันด์ ลุยซื้อหุ้น ตั้งเป้า 5% “กสิกร” ชูกองตราสารหนี้หลบภัย
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย หรือ KTAM เปิดเผยว่า บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทย 5% ทริกเกอร์ ฟันด์ 2 (TRIG52) เสนอขายครั้งแรกและครั้งเดียวในวันที่ 815 ม.ค. 2557 มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ราคาหน่วยละ 10 บาท ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท หลังจากสัปดาห์แรกหุ้นลงอย่างหนักทำให้หุ้นหลายตัวมีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน จึงเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน
กองทุนตั้งเป้าผลตอบแทน 5% โดยจะเลิกโครงการโดยอัตโนมัติ เมื่อหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10.5555 บาท เป็นเวลา 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป โดยในการบริหารจัดการผู้จัดการลงทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นได้ตั้งแต่ 0100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ
อย่างไรก็ตาม หากกองทุนไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าภายใน 6 เดือน บริษัทจัดการจะเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทุกวันทำการ
“ตลาดหุ้นไทยลดลงประมาณ 70 จุด ตั้งแต่สัปดาห์แรกของปีจากแรงขายของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) รวมถึงปัญหาการเมืองในประเทศ และการประกาศลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ที่ชัดเจนจากธนาคารกลางสหรัฐ ทำให้นักลงทุนคลายกังวลและกลับเข้าไปลงทุนในตลาดที่พัฒนาแล้ว” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า ฝ่ายวิจัย บลจ.กรุงไทย มองว่า หากเหตุการณ์ทางการเมืองกลับสู่สภาวะปกติคาดว่าดัชนีสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1,590 จุด
นอกจากนี้ บริษัทได้เพิ่มทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ โดยเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยธนทรัพย์ บี 113 (KTSUPB113) เสนอขายในวันที่ 814 ม.ค. 2557 อายุ 6 เดือน เน้นลงทุนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ประเภทเงินฝาก Bank of China , Standard Chartered Bank ( Hong Kong ) , MTN ออกโดย ICBC Asia Ltd. , MTN ออกโดย Garanti Bank ในสัดส่วน 75% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือลงทุนในหุ้นกู้ ตั๋วแลกเงิน สถาบันการเงิน บริษัทเอกชน ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 3% ต่อปี
ด้าน น.ส.ยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นยังมีความผันผวนท่ามกลางความกังวลการเมืองที่ยังไม่มีทางออกชัดเจน ซึ่งต้องจับตาสถานการณ์การประกาศปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.นี้อย่างใกล้ชิด ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มทรงตัวหรือมีโอกาสปรับลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังคงเปราะบางและมีความไม่แน่นอนจากปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง
สำหรับผู้ลงทุนระยะสั้นอาจจะชะลอการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เพื่อรอดูสถานการณ์ โดยระหว่างนี้สามารถเลือกพักเงินกับกองทุนตราสารหนี้แบบกำหนดอายุโครงการ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำและยังให้ผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจ
บริษัทจะเสนอขายกองทุนใหม่ในวันที่ 813 ม.ค. 2557 ประกอบด้วย กองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้น ตราสารหนี้ไทย 3 เดือน ดีแอล (KPPTF3MDL) ลงทุนพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และบางส่วนลงทุนในเงินฝากประจำ 3 เดือนของธนาคารพาณิชย์ โอกาสรับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 2.30% ต่อปี
สำหรับกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน ดีที (KFI3MDT) ลงทุนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนอยู่ที่ 2.95% ต่อปี







