
กฎหมายการเงินชุดใหญ่รอคลอด
คลังเตรียมทำคลอดกฎหมายการเงินชุดใหญ่ ช่วยคนเข้าถึงแหล่งเงินเพิ่มประสิทธิภาพแข่งขัน
คลังเตรียมทำคลอดกฎหมายการเงินชุดใหญ่ ช่วยคนเข้าถึงแหล่งเงินเพิ่มประสิทธิภาพแข่งขัน
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผย ว่า ในปี 2557 สศค.เตรียมแผนผลักดันกฎหมายการเงินต่างๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการ จัดเก็บรายได้ของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ
กฎหมายที่ สศค.จะเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณา ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ... ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดให้ลูกหนี้สามารถนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมาใช้เป็นหลักประกันได้โดยไม่ต้องส่งมอบการครอบครองให้กับเจ้าหนี้ เช่น กิจการ สิทธิเรียกร้อง สินค้าคงคลัง เพื่อส่งเสริม ให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สามารถนำไปสร้างรายได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น โดยจะเสนอกฎหมายดังกล่าวควบคู่ไปกับการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อกำหนดสิทธิในการโอนสิทธิเรียกร้องด้วย
“ที่ผ่านมาร่างกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจได้ผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และกระทรวงการคลังได้มีการทบทวนร่างกฎหมายดังกล่าวเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว โดยได้มีการตั้งคณะทำงานศึกษาร่าง พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ... และได้หารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทยแล้ว จึงพร้อมเสนอให้รัฐสภาพิจารณาได้” นายสมชัย กล่าว
นอกจากนี้ สศค.จะเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ของรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย โดยจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 จะมีการเสนอกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากปัจจุบันเกณฑ์ในการกำกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐแต่ละแห่งจะเป็นไปตามกฎหมายที่จัดตั้ง ทำให้มีหลักเกณฑ์แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น จึงควรมีกฎหมายกลางในการกำหนดและกำกับการทำงาน
ทั้งนี้ จะมีการนำเอามาตรฐานการกำกับดูแลสถาบันการเงินตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาปรับใช้ เพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐมีความมั่นคงและดำเนินการเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขณะนี้ สศค.ได้มีการ ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาเกณฑ์การกำกับดูแลการดำเนินการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง
แผนระยะที่ 2 จะเป็นการปรับปรุงกฎหมายจัดตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐแต่ละแห่ง เพื่อปรับปรุงอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการและหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่งสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความ ต้องการของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ สศค. ยังเตรียมจะเสนอร่างกฎหมายเพื่อการอนุวัติการความตกลง FATCA โดยกฎหมายดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลการตรวจสอบทางบัญชีและแหล่งเงินได้ระหว่างคนชาติสหรัฐและคนชาติประเทศคู่สัญญาผ่านการรายงานของสถาบันการเงินของประเทศคู่สัญญา ซึ่งก่อนหน้านี้สภาได้มีมติอนุมัติกรอบการเจรจากฎหมายดังกล่าวแล้ว เพื่อให้ไทยสามารถดำเนินการตามความตกลง FATCA ได้ โดยกระทรวงการคลังได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษากฎหมายเพื่อดำเนินการตาม FATCA ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาศึกษาและยกร่าง พ.ร.บ. เพื่ออนุวัติการความตกลงดังกล่าว ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาได้ภายในปีนี้







