
เอเซียพลัสแนะซื้อหุ้นส่งออกได้ดีบาทอ่อนค่า
เอเซีย พลัส แนะซื้อหุ้นกลุ่มส่งออกรับผลดีบาทอ่อนค่าทั้งหุ้น DELTA และ CPF
เอเซีย พลัส แนะซื้อหุ้นกลุ่มส่งออกรับผลดีบาทอ่อนค่าทั้งหุ้น DELTA และ CPF
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่าเงินบาทที่อ่อนค่ามาอยู่ที่ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หนุนหุ้นส่งออกทั้ง บริษัท เดลต้าไมโครอีเลคโทรนิคส์ (DELTA) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)
ผลการศึกษาพบว่า ทุก 1 บาทที่อ่อนค่าจะส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิของกลุ่มส่งออกในราว 5% จากประมาณการเดิม ที่คาดว่าบาทจะอยู่ที่ 31.5 บาท
กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์พบว่า ทุก 1 บาทที่อ่อนตัวจะส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6% จากประมาณการเดิม
ทั้งนี้ หากพิจารณาเป็นรายบริษัทพบว่า บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส ์(HANA) จะมีผลกำไรปรับตัวเพิ่มมากที่สุดราว 6.8% จากประมาณการเดิม
รองลงมาเรียงจากมากไปหาน้อย คือ DELTA บริษัท เคซีอีอิเล็กทรอนิกส์ (KCE) บริษัท เอสวีไอ (SVI) และบริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (SMT) โดยกำไรสุทธิในปี 2557 จะเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมราว 6.6%, 5.8%, 5.6%, 5.6% ตามลำดับ บริษัทที่ได้รับผลบวกน้อยที่สุดในกลุ่ม คือบริษัท แคลคอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (CCET)
กลุ่มเกษตรอาหาร พบว่า ทุก 1 บาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ กำไรสุทธิของกลุ่มจะเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมราว 4.1% บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) น่าจะมีแนวโน้มปรับเพิ่มกำไรจากเดิมมากที่สุดราว 7.2% รองมาคือ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL)
หุ้นที่ได้ผลบวกรองลงมา คือ CPF และบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟร์เซ่น โปรดักส์ (TUF) คาดว่ากำไรสุทธิจะปรับเพิ่มขึ้น 3.6% และ 3.3% จากเดิม ตามลำดับ และสุดท้าย GFPT ได้รับผลบวกน้อยที่สุดในสถานการณ์เงินบาทอ่อนค่าในปัจจุบันคือราว 2.9%
ปัญหาการเมืองในประเทศยังคงกดดันเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณกดดันตลาดหุ้นไทยและภูมิภาคเอเชีย หลังจากปี 2556 เงินบาทอ่อนค่าลง 6.5% จากปี 2555 ใกล้เคียงกับค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ คาดว่าเงินบาทและเงินเอเชียยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่านับจากนี้ จาก 2 ปัจจัย คือ เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว เริ่มจาก สหรัฐ ล่าสุดพบว่าเดือน ธ.ค. 2556 ภาคการผลิตมีการขยายตัวที่ดีต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ระดับ 57







