
S&Pคงเรตติ้งไทยแต่จับตาการเมือง
เอสแอนด์พี จับตาการเมือง กระทบเศรษฐกิจ ล่าสุดคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ที่ระดับ "เสถียรภาพ"
เอสแอนด์พี จับตาการเมือง กระทบเศรษฐกิจ ล่าสุดคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ที่ระดับ "เสถียรภาพ"
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยบริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือ เอสแอนด์พี ว่า เอสแอนด์พี ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินตราต่างประเทศ ที่ระดับ BBB+ และ A-2 และอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินบาท ที่ระดับ A- และ A-2 รวมทั้งได้ยืนยันแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ ยังยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยบน ASEAN Regional Scale ระยะยาวที่ axAA และระยะสั้นที่ axA-1 ตามลำดับ และการประเมินการเคลื่อนย้ายและความคล่องตัวในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ1 ยังอยู่ในระดับ A
ทั้งนี้ เอสแอนด์พี ให้เหตุผลว่า สถานะภาคต่างประเทศของไทยที่แข็งแกร่ง หนี้รัฐบาลที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และประวัติการดำเนินนโยบายการเงินที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสนับสนุนต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ในขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มีอย่างต่อเนื่องและการที่เศรษฐกิจมีรายได้ต่ำโดยเปรียบเทียบเป็นข้อจำกัดต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ
ขณะที่การดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่เป็นผลจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดทางเศรษฐกิจทำให้หนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีเชื่อว่าหนี้ของรัฐบาลสุทธิจะยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลที่ประมาณ 26% ของจีดีพีในช่วง 3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลที่คิดเป็นประมาณ 7% ของรายได้ของรัฐบาลกลางได้ก่อให้เกิดภาระเพียงเล็กน้อยต่อการคลังภาครัฐ ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังมีเสถียรภาพและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยอัตราเงินเฟ้อของประเทศเฉลี่ยแล้วต่ำกว่า 3% ในช่วง 15 ปี ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี เอสแอนด์พี ยังได้แสดงความเป็นห่วง เรื่องความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นจุดอ่อนหลักของความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้งตั้งแต่ปี 2549 ทำให้การปฏิรูปโครงสร้างต้องล่าช้าออกไป รวมทั้งเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ความไม่แน่นอนดังกล่าวเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ ในขณะที่การชุมนุมคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศ
ทั้งนี้ เอสแอนด์พีอาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ถ้าความสามารถในการปกครองประเทศ (เสถียรภาพทางด้านการเมืองและสถาบัน) ถดถอยลงไปมากกว่าที่เอสแอนด์พีสังเกตการณ์ไว้ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา หรือหากตัวชี้วัดทางด้านเศรษฐกิจหรือการคลังอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน หากผู้นำทางการเมืองของประเทศไทยทำให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขี้น เชื่อว่าแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นและส่งผลให้สถานะความน่าเชื่อถือของประเทศแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย







