
เตรียมความพร้อมเงินลงทุนกับกองทุนรวม
เพื่อเตรียมความพร้อมของเงินลงทุนของท่านสำหรับปี 2557 ดังนั้น บริษัทขอแนะนำการจัดสรรพอร์ตการลงทุนในกองทุนรวม สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง ที่สามารถรับความผันผวนของตลาดได้บางส่วน โดยจะเน้นหลักการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความหลากหลาย หรือ Asset Allocation เพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน ซึ่งแยกสัดส่วนของการลงทุนของสินทรัพย์แต่ละประเภท ดังนี้
เพื่อเตรียมความพร้อมของเงินลงทุนของท่านสำหรับปี 2557 ดังนั้น บริษัทขอแนะนำการจัดสรรพอร์ตการลงทุนในกองทุนรวม สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง ที่สามารถรับความผันผวนของตลาดได้บางส่วน โดยจะเน้นหลักการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความหลากหลาย หรือ Asset Allocation เพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน ซึ่งแยกสัดส่วนของการลงทุนของสินทรัพย์แต่ละประเภท ดังนี้
ตลาดหุ้นไทย : ประมาณการสัดส่วนการลงทุน 5% โดยบริษัทมีมุมมองว่าตลาดหุ้นไทยปีหน้ายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ สร้าง Surprise ให้กับตลาดและบรรยากาศการลงทุนโดยรวม หลังจากในปี 2556 ตลาดถูกกดดันจากปัจจัยต่างๆ เช่น ภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศและผลประกอบการของบริษัท จดทะเบียนที่ชะลอตัว ความ ไม่สงบทางการเมือง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างชัดเจนจะ ส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของไทย กอปรกับที่ผ่านราคาหุ้นไทยปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก ดังนั้น ปี 2557 จึงเป็นจังหวะเหมาะในการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยในช่วงไตรมาสแรก แนะนำให้ทยอยเข้าลงทุนในกองทุนเปิดแอสเซท พลัส กำไรปันผล (ASPGDF) ซึ่งเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยและมีนโยบายจ่ายเงินปันผล โดยลงทุนในลักษณะซื้อและถือเพื่อรอจังหวะการขายทำกำไร โดยคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นจะค่อยๆ โดดเด่นขึ้นในช่วงไตรมาส 2 และ 3
ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ประมาณการสัดส่วนการลงทุน 65% ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องตลอดปี 2556 ดัชนี MSCI World ปรับตัวเพิ่มขึ้น 20% นับตั้งแต่ต้นปี (YTD) ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด โดยดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวขึ้นกว่า 40% YTD จากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคส่งออก ดังนั้น สำหรับปี 2557 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงน่าสนใจลงทุน เนื่องจากมีมุมมองว่าตลาดยังมีโอกาสเติบโตไปจนถึงปี 2018 และ คาดการณ์ว่าดัชนี Nikkei 225 จะสามารถปรับตัวขึ้นไปสู่ระดับสูงสุดที่ 22,000 จุด ดังนั้น จึงแนะนำลงทุนในกองทุนเปิดแอสเซท พลัส นิปปอนโกรท (ASPNGF) ซึ่งเป็นกองทุน Feeder Fund ที่ลงทุนในกองทุน Nippon Growth Fund เน้นลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น โดยกองทุน ASPNGF ได้รับการจัดอันดับ 1 ของกองทุนรวมที่สามารถสร้างผลตอบแทนสูงสุดในรอบ 1 ปี จาก Morningstar Thailand ด้านภาวะเศรษฐกิจกลุ่มประเทศยุโรป คาดการณ์ว่าจะฟื้นตัวขึ้นหลังจากที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ เริ่มผ่อนคลายนโยบายรัดเข็มขัด ประกอบกับภาคเอกชนมีการเพิ่มการลงทุนมากขึ้น หลังจากชะลอการลงทุนไปในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา นอกจากนี้ การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) สามารถคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ดังนั้น ตลาดหุ้นยุโรปจะยังสามารถให้ผลตอบแทนได้ดีในปี 2557 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ปรับเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงแนะนำกองทุนเปิด แอสเซท พลัส Strategic (ASPSTRATEGIC) กองทุนผสมที่เน้นลงทุนโดยตรงในหุ้นต่างประเทศที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีศักยภาพของธุรกิจสูง โดยผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ 0100% เพื่อให้เหมาะกับสภาวะตลาด โดยกองทุนสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ และรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ปรับขึ้นทุกๆ 0.50 บาท จากราคาเริ่มต้น 10 บาท
ตลาดตราสารหนี้ : ประมาณการสัดส่วนการลงทุน 30% ตลาดตราสารหนี้ไทยในไตรมาสแรก ปี 2557 อัตราดอกเบี้ยมีโอกาสปรับตัวขึ้น เพราะมีแนวโน้มว่าเม็ดเงินต่างชาติอาจไหลออกนอกประเทศจากการขายตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างประเทศ ดังนั้น จึงคาดการณ์ว่าการ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นกลไกชะลอปริมาณการไหลออกของเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติที่จะกลับไปยังสหรัฐและประเทศในแถบยุโรป ซึ่งเป็นผลมาจากการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE Tapering) ทั้งนี้ แนะนำให้ลงทุนเพื่อพักเงินในกองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารหนี้ (ASP) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น สภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ เพื่อรอจังหวะลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นและกองทุนที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนประเภท Term Fund หรือกองทุน Rollover ที่มีอายุคงเหลือประมาณ 1 ปี







