
จับชีพจรอุตฯยานยนต์ดันยอดผลิต-พึ่งส่งออก
ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยถือเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีการขยายตัวผิดไปจากที่ภาคเอกชน
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยถือเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีการขยายตัวผิดไปจากที่ภาคเอกชนได้คาดไว้โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี 2556 ว่ายอดผลิตรถยนต์ทั้งปีจะอยู่ที่ 2.55 ล้านคัน แต่ข้อมูลที่ออกมาล่าสุด เดือน พ.ย. หรือช่วง 11 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ย.) ของปี 2556 เริ่มชัดเจนว่ายังไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้แน่นอน
ทั้งนี้ ส.อ.ท.รายงานยอดผลิตรถยนต์โดยรวมในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ย. 2556 อยู่ที่ 2.29 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 2.95% โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 1.03 ล้านคัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 45.25% และขายในประเทศ 1.25 ล้านคัน คิดเป็นสัดส่วน 54.75% แม้ภาพรวมยังเติบโตเป็นบวกแต่เมื่อรวมกับยอดประมาณการผลิตในเดือน ธ.ค.ที่ 1.83 แสนคัน ทำให้ยอดรวมทั้งปีอยู่ที่ 2.48 ล้านคัน
ปัจจัยสำคัญที่กดดันการขยายตัวกลุ่มยานยนต์ปีนี้มาจากในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการสิ้นสุดโครงการรถคันแรก ซึ่งการลดลงของยอดผลิตรถยนต์ถ้าลดลงแบบเดือนต่อเดือนนั้นเริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. แต่ถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่าการผลิตรถยนต์เริ่มลดลงในเดือน ก.ค. เริ่มเห็นการผลิตที่ต่ำกว่า 2 แสนคัน ประกอบกับต้องมาเจอกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในไตรมาสสุดท้ายเพราะตามปกติจะเป็นช่วงที่ค่ายรถยนต์ต่างโหมเร่งผลิตรถยนต์แต่เมื่อเจอปัจจัยลบกลายเป็นแรงฉุด
สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า หลังสิ้นสุดโครงการรถคันแรกยอดผลิตรถยนต์ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ยอดผลิตทั้งปี 2556 ทำได้เพียงใกล้ 2.5 ล้านคัน ไม่ถึงเป้าหมายของทั้งปีที่กำหนดไว้ 2.55 ล้านคัน เนื่องจากในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ที่เป็นฤดูกาลขาย แต่ปรากฏว่าเกิดประเด็นทางการเมืองทำให้ยอดขายลดลงเพราะประชาชนที่แม้จะมีกำลังซื้อแต่ได้ชะลอการซื้อออกไปจนค่ายรถต่างๆ ต้องจัดโปรโมชั่นอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่ตลาดในประเทศเริ่มซบเซาจากที่ความต้องการในอนาคตถูกดึงมาใช้ในโครงการรถคันแรกไปแล้วและสถานการณ์การเมืองก็ฉุดรั้งความเชื่อมั่นผู้ซื้อ เห็นได้จากยอดขายรถยนต์ในประเทศ 11 เดือน อยู่ที่ 1.21 ล้านคัน ลดลง 5.8% แต่ก็มีข้อมูลที่เป็นความหวังของค่ายรถต่างๆ นั่นคือภาคการส่งออกที่ปรากฏว่า 11 เดือน มีการส่งออกไป 1.04 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 10.61% ด้านมูลค่าก็เพิ่มขึ้น 4.97% หรือมูลค่า 4.71 แสนล้านบาท
ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธานและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลประมาณการผลิตปี 2557 จากผู้ผลิตแต่ละราย แต่เบื้องต้นคาดว่ายอดผลิตจะอยู่ที่ 2.55 ล้านคัน เท่ากับเป้าหมายของปี 2556 ที่พลาดเป้าไป โดยคาดว่าจะเป็นการผลิตเพื่อขายในประเทศ 1.3 ล้านคัน และเพื่อส่งออก 1.25 ล้านคัน
ทั้งนี้ การส่งออกจะพยุงการผลิตปี 2557 เนื่องจากเป้าหมายผลิตเพื่อขายในประเทศ 1.3 ล้านคันนั้นยังต้องลุ้น เพราะค่ายรถยนต์แต่ละแห่งมองตรงกันว่ากำลังซื้อรถยนต์ในประเทศจะยังแย่อยู่ ขณะที่การส่งออกปรับตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลกทั้งสหรัฐและยุโรป
อย่างไรก็ตาม หากการเมืองในประเทศเรียบร้อยดี อาจช่วยหนุนให้ตลาดรถกลับมาดีขึ้นได้ เพราะตอนนี้ปัจจัยต่างๆ มีแนวโน้มว่าดีขึ้นทั้งราคาพืชผลการเกษตร ราคาน้ำมันก็ไม่ได้อยู่ในระดับสูงนัก แรงงานที่อุตสาหกรรมอื่นๆ ตึงตัวแต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับกลุ่มยานยนต์เพราะเป็นกลุ่มที่แรงงานเลือกเข้าทำงานเป็นกลุ่มแรกๆ ขณะที่ต้นทุนการผลิตทั้งวัตถุดิบและแรงงานก็ไม่มีแนวโน้มว่าจะสูงไปกว่าปี 2556 มากสิ่งกังวลที่เหลือจึงมีเพียงสถานการณ์การเมืองและภัยธรรมชาติต่างๆ ที่คาดการณ์ไม่ได้ โดยโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) รุ่นที่ 2 จะยังไม่มีผลต่อการผลิตในปี 2557 เพราะยังอยู่ในขั้นของการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการค่ายต่างๆ ก็อยู่ระหว่างศึกษาถึงผลดีผลเสียต่างๆ มีเวลาไปยื่นได้จนถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2557ทั้งนี้ รายงานจากกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า แม้บีโอไอจะเปิดให้เอกชนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนได้ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2557 แต่หลังยื่นขอรับส่งเสริมฯ ก็ยังต้องรอการแต่งตั้งบอร์ดบีโอไอชุดใหม่มาแทนชุดเก่าที่หมดอายุเพราะหากเป็นการลงทุนขนาดใหญ่จะต้องผ่านการอนุมัติของบอร์ดบีโอไอเท่านั้น
โดยในองค์ประกอบของบอร์ดก็มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นรองประธานโดยตำแหน่ง หมายความว่าการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจะเกิดขึ้นได้หลังการเลือกตั้งและได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งหากการลงทุนสามารถเป็นไปตามกรอบเวลาคาดว่ารถยนต์อีโคคาร์2 จะเริ่มออกสู่ตลาดเร็วที่สุดในปี 2559 และอย่างช้าในปี 2562







