
ออกกฎเหล็กกันลักลอบขนกากฯพิษทิ้ง
กรอ.ห่วงลักลอบขนกากอุตสาหกรรมทิ้งพุ่ง เตรียมออกกฎคุมเพิ่มโรงงานเจ้าของกากและผู้รับกำจัด
กรอ.ห่วงลักลอบขนกากอุตสาหกรรมทิ้งพุ่ง เตรียมออกกฎคุมเพิ่มโรงงานเจ้าของกากและผู้รับกำจัด
นายณัฐพล ณัฎฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยถึงข้อมูลกากอุตสาหกรรมที่เป็นกากอันตรายในช่วง 11 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ย.) ปี 2556 พบว่า ผู้ประกอบการมาขอใบอนุญาตขนกากอุตสาหกรรมออกจากโรงงาน (สก.2) จำนวน 2 ล้านตัน มีการแจ้งยันจะนำออกไปบำบัดจริง 1.7 ล้านตัน
เมื่อเทียบกับปริมาณที่ขอ สก.2 ในปี 2555 ถือว่าดีขึ้น เพราะปีก่อนขอใบ สก.2 ไป 2.75 ล้านตันมีการแจ้งยันนำออกไปกำจัดหรือบำบัดจริง 9 แสนตัน โดยข้อมูลแจ้งกลับแตกต่างกันมากกว่า 8 แสนตัน แสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมาเกิดการลักลอบนำกากอันตายออกไปทิ้งในที่ต่างๆ จำนวนมาก
ด้านข้อมูลของกากอุตสาหกรรมไม่อันตรายออกมาสอดคล้องกันโดย 11 เดือนแรกปี 2556 มีการขอ สก.2 เข้ามาทั้งสิ้น 20 ล้านตันรายงานสอบยันว่ามีการเคลื่อนย้ายออกไปแล้ว 3 ล้านตัน การขอ สก.2 ลดลงกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มีการขอเข้ามา 42 ล้านตัน รายงานการขนย้ายจริง 12 ล้านตัน “ยอดการนำกากอุตสาหกรรมอันตรายออกจากโรงงานจริงที่ใกล้เคียงกับยอดขออนุญาตไว้มีความใกล้เคียงกันมากขึ้น แสดงให้เห็นว่ามาตรการที่ กรอ.เข้มงวดได้ทำให้ผู้ประกอบการระมัดระวังมากตามไปด้วย” นายณัฐพล กล่าว
นายณัฐพล กล่าวว่า มาตรการกำกับดูแลการขนย้ายและกำจัดกากอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ยังมีช่องให้เกิดการนำกากออกไปทิ้งโดยไม่ผ่านการกำจัดหรือบำบัดที่เหมาะสม ดังนั้นทาง กรอ.ได้เตรียมออกประกาศเพิ่มเติมเพื่อติดตามการจัดการกากอันตรายให้มีความเข้มงวดขึ้นอีก
ทั้งนี้ จะระบุประเภทกากที่ชัดเจนว่ากลุ่มไหนเข้าข่ายกากอันตรายหรือไม่อันตรายกลุ่มใด และต้องนำไปดำเนินการกำจัดอย่างไรที่ไหนบ้าง เช่น ต้องไปหลุมฝังกลบ หรือเตาเผาเท่านั้น
นอกจากนี้ ที่ต้องกำหนดให้ชัดเจนคือกากอุตสาหกรรมที่สามารถเข้าเตาเผาโรงปูนได้เพราะปัจจุบันพบว่ามีการนำกากอุตสาหกรรมจำนวนมากไปเผาที่โรงปูน จนน่าสงสัยว่าเตาเอาไว้เผาปูนหรือเผากากอุตสาหกรรม ตลอดจนกากจากนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ก็รายงานว่านำขึ้นมาเผาที่โรงเผาที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูซึ่งอาจเป็นไปได้ยากน่าจะเกิดการทิ้งตามข้างถนนหรือที่รกร้าง มากกว่า
ทั้งนี้ ตามประกาศจะอนุญาตให้ขยะที่เข้าสู่การเผาในเตาเผาของโรงปูนได้เฉพาะวัสดุทดแทนซีเมนต์หรือเศษวัสดุที่ทำปูนซีเมนต์ และกากอุตสาหกรรมที่เผาแล้วได้เชื้อเพลิงทดแทนนอกจากนี้ กรอ. ยังมีแผนวางระบบอาร์เอฟไอดีติดตามกากอุตสาหกรรมเริ่มตั้งแต่ออกจากโรงงานไปจนถึงแหล่งกำจัด ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นเตรียมว่าจ้างศึกษาวางระบบ ซึ่งจะช่วยให้ติดตามได้ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการกำจัดเทียบกับปัจจุบันที่รายงานผ่านกระดาษที่โรงงานจะขอใบ สก.2 เข้ามาและรายงานสอบยันการขนย้ายกากอุตสาหกรรมเข้ามาในภายหลังโดยที่ไม่ได้มีการติดตามว่าเกิดการกำจัดการที่ถูกต้องจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม กรอ.จะเข้มงวดในการเข้าไปตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมประเภท 105 และ 106 ซึ่งเป็นผู้รับกากอุตสาหกรรมไปกำจัดหรือรีไซเคิลเข้มงวดขึ้นอีก ซึ่งหากพบว่าศักยภาพไม่ถึงก็จะปรับเงื่อนไขการประกอบการให้สอดคล้องกับศักยภาพ หรือยกเลิกการอนุญาตที่พบการกระทำผิด ซึ่งกรณีล่าสุดที่ดำเนินการไปคือปิดโรงงานที่มีใบอนุญาตให้คัดแยกขยะแต่ปรากฏว่าโรงงานนั้นเป็นบ่อกุ้ง
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีโรงบำบัดกากของเสียที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานอยู่ 3 ประเภท คือ1. โรงงานประเภท 101 เป็นโรงบำบัดของเสียรวม เช่น เตาเผาขยะในโรงงานปูนซีเมนต์ หรือระบบบำบัดน้ำเสียในนิคมอุตสาหกรรม โดยรวมแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น141 โรงงาน 2.โรงงานบำบัดกากของเสียประเภท 105 จะเป็นบ่อฝังกลบและเป็นโรงงานคัดแยก มีจำนวน 1,225 โรงงาน ในจำนวนนี้จะเป็นบ่อฝั่งกลบ 18 แห่ง 3. โรงงานบำบัดกากของเสียประเภท 106 ที่เป็นโรงงานรีไซเคิลมีทั้งสิ้น 423 โรงงาน







