
ยังไม่ซื้อหุ้นแบงก์ สินเชื่อ พ.ย.ฟื้นตามฤดูกาล
ธนาคารพาณิชย์รายงานตัวเลขสินเชื่อในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เติบโต 1.5% จากเดือนก่อนหน้าและเพิ่มขึ้น 10.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หรือเติบโต 9% ในปีนี้ โดยมาจากการขยายตัวของสินเชื่อ 5 ธนาคารใหญ่เป็นหลัก ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะในส่วนที่ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกในขณะเดียวกันสินเชื่อเกี่ยวกับรถยนต์ เช่น สินเชื่อ floor plan (SME) และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (HP) (รายย่อย) ของธนาคารขนาดเล็กก็ยังคงชะลอตัว
ธนาคารพาณิชย์รายงานตัวเลขสินเชื่อในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เติบโต 1.5% จากเดือนก่อนหน้าและเพิ่มขึ้น 10.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หรือเติบโต 9% ในปีนี้ โดยมาจากการขยายตัวของสินเชื่อ 5 ธนาคารใหญ่เป็นหลัก ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะในส่วนที่ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกในขณะเดียวกันสินเชื่อเกี่ยวกับรถยนต์ เช่น สินเชื่อ floor plan (SME) และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (HP) (รายย่อย) ของธนาคารขนาดเล็กก็ยังคงชะลอตัว
ด้านการระดมเงินฝาก ถึงแม้ว่าการแข่งขันระดมเงินฝากระหว่างธนาคารพาณิชย์ด้วยกันจะยังดำเนินต่อไป แต่เงินฝากของกลุ่มธนาคารที่เพิ่มขึ้นก็สอดคล้องกับอัตราการขยายตัวของสินเชื่อ ทำให้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของกลุ่มทรงตัวอยู่ที่ 90% กว่าๆ ซึ่งพอๆ กับเมื่อปี 2555 และหมายความว่ายังมีสภาพคล่องอยู่เต็มระบบ
จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบันรวมถึงแนวโน้มในระยะต่อไป มองว่าราคาหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวลดลงยังไม่ใช่โอกาสที่จะเข้าซื้อหุ้น โดยเรายังคงให้น้ำหนักการลงทุนน้อยกว่าตลาด โดยมีธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม
สินเชื่อของธนาคารกรุงไทย (KTB) โตมากที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ คือ 1.7% จากเดือนก่อนหน้า เพิ่มขึ้นประมาณ 12.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รวมทั้งปีนี้ขยายตัว 12.5% จากการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของสินเชื่อธุรกิจและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อ SME
ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ปล่อยสินเชื่อในเดือนพ.ย. โตมากที่สุดถึง 2.9% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 10.8% ในช่วงเดียวกันปีก่อน รวมทั้งปีนี้เติบโต 8.7% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจสำหรับในส่วนของธนาคารขนาดใหญ่
สำหรับสินเชื่อของธนาคารที่มีสัดส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์อยู่ในพอร์ตมากอย่างเช่น บริษัททิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP)และบริษัททุนธนชาต (TCAP) ก็ยังคงชะลอตัวตามยอดขายรถยนต์ในประเทศ
อัตราการเติบโตของสินเชื่อชะลอตัวลงของธนาคารเกียรตินาคิน คือขยายตัวเพียง 0.7% ในเดือน พ.ย. เนื่องจากสินเชื่อเช่าซื้อที่มีสัดส่วน 71% ของพอร์ตสินเชื่อของธนาคาร โตเพียง 0.5% เท่านั้น ในขณะที่สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ขยายตัว 1.7% และสินเชื่อ SME เพิ่มขึ้น 0.1% เป็นที่น่าสังเกตว่าการชะลอตัวของสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์มีสาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของสินเชื่อดีลเลอร์รถยนต์
ส่วนสินเชื่อของบริษัท ทุนธนชาต ไม่โตเป็นผลมาจากการชำระคืนสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อ SME ซึ่งมากกว่าการปล่อยสินเชื่อใหม่ในขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อก็แทบไม่เพิ่มเลยในเดือน พ.ย.นี้ จากการคุยกับผู้บริหาร คิดว่าสินเชื่อของ TCAP ปีนี้น่าจะโตแค่ 45%
อัพไซด์อยู่ที่สถานการณ์ทางการเมืองและการลงทุนภาครัฐจากเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวและความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ดูท่าทางจะยืดเยื้อ เราจึงไม่คิดว่าหุ้นกลุ่มธนาคารจะขยับขึ้นในระยะสั้นถึงระยะกลาง แต่เชื่อว่าสถานการณ์ทางการเมืองที่คลี่คลายไปในทางที่ดีและการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนสำหรับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยรวมถึงราคาหุ้นกลุ่มธนาคารได้ลดลง
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) แรงส่งของสินเชื่อฟื้นตัวขึ้น โดยเดือน พ.ย.เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 1.3% ขยายตัว 11.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รวม 11 เดือน ขยายตัว 10.1% ส่วนเงินฝากเพิ่มขึ้น 2.6% จากเดือนก่อน 15.5% สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อและเงินฝากอยู่ที่ 87.3% จาก 88.4% เมื่อเดือน ธ.ค. 2555
“แรงส่งของสินเชื่อฟื้นตัวขึ้น พ.ย. โดยเป็นการเติบโตจากสินเชื่อทุกกลุ่ม ซึ่งนำโดยสินเชื่อธุรกิจจากลูกค้าในอุตสาหกรรมที่หลากหลายตามมาด้วยสินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อย สำหรับในส่วนของสินเชื่อรายย่อยนั้น สินเชื่อบ้านยังคงขยายตัวในขณะที่สินเชื่อรถยนต์ลดลงเล็กน้อยจากเดือน ต.ค.”
ด้านธนาคารกสิกรไทย (KBANK) สินเชื่อยังคงโตตามคาด เดือน พ.ย.เติบโต 1.6% จากเดือน ต.ค. และขยายตัว 9.3% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน รวม 11 เดือนขยายตัว 9.2% ส่วนเงินฝากต่อสินเชื่ออยู่ที่ 86.9% จาก 89% ในเดือน ธ.ค. 2555
สินเชื่อโตทุกกลุ่ม นำโดยสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน สินเชื่อเพื่อการค้า ในขณะที่ไตรมาส 4 ซึ่งตามปกติจะเป็นช่วง High Season ของการขยายสินเชื่อนั้น ผู้บริหารคาดว่าจะมีการชำระคืนหนี้บางส่วน และเชื่อว่าการเติบโตของสินเชื่อปี 2556 น่าจะอยู่ในช่วงกลางๆ ของเป้าปีนี้ที่ 911%
ธนาคารกรุงเทพ (BBL) สินเชื่อธุรกิจเป็นตัวนำการเติบโต 1.6% จากเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 8.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่รวม 11 เดือนขยายตัวเพียง 5.8%
สินเชื่อขยายตัวทุกกลุ่ม นำโดยสินเชื่อธุรกิจ จากทั้งในส่วนของสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและสินเชื่อแบบมีกำหนดเวลา ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากอุปสงค์ตามฤดูกาลในไตรมาส 4 สินเชื่อSME และสินเชื่อรายย่อยก็ขยายตัวเช่นกันในเดือนนี้ โดยผู้บริหารเชื่อว่าน่าจะโตได้ในช่วง 1012% ตามเป้าในปีนี้ สำหรับสินเชื่อรวม ธนาคารคาดว่าน่าจะทำได้ถึงขอบล่างของเป้าการเติบโตของสินเชื่อปี 2556 68%
ธนาคารทหารไทย (TMB) ขยายตัว 1.8% จากเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 8.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รวม 11 เดือน เติบโต 7.2% สินเชื่อธุรกิจเป็นตัวนำการเติบโต คือขยายตัว 2.7% เทียบกับเดือนก่อนหน้า ตามมาด้วยสินเชื่อ SME โต 2% ในขณะที่สินเชื่อรายย่อยก็ขยายตัวเล็กน้อย 1.2% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อปลอดหลักประกัน
ตั้งแต่ต้นปีมาถึงตอนนี้ สินเชื่อ SME ยังคงเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในขณะที่สินเชื่อธุรกิจมีการขยายตัวต่ำที่สุด







