
เปิดภารกิจบตท.ปี 2557ซื้อสินเชื่อบ้าน 2 หมื่นล้าน
โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงษ์
โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงษ์
ในปี 2557 นับเป็นปีที่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญหนึ่งของรัฐในการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย ให้มีบ้านเป็นของตนเอง และการพัฒนาตราสารหนี้ เครื่องมือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะยาวเพื่อลดภาระความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยให้สำหรับผู้กู้เงินซื้อบ้าน
พรนิภา หาชัยภูมิ กรรมการและผู้จัดการ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เปิดเผยว่า ถึงกลยุทธ์บริหารในปี 2557 บตท.ตั้งเป้าหมายการซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้นมีการหารือกับธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะซื้อพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยรวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท รวมทั้งมีสถาบันการเงินอีกหลายแห่งที่สนใจที่จะขายพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัย
ขณะเดียวกันปีหน้าตั้งเป้าหมายการออกตราสารหนี้มีพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (เอ็มบีเอส) วงเงินประมาณ 2,0002,500 ล้านบาท เพื่อระดมทุนมาซื้อพอร์ตสินเชื่อบ้าน โดยจะเปิดขายให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกจากเดิมจะขายเฉพาะนักลงทุนประเภทสถาบันเท่านั้น โดยเชื่อว่าได้รับการตอบรับจากนักลงทุนมากเนื่องจากนักลงทุนรายย่อยมีความเข้าใจตราสารหนี้ประมาณนี้มากขึ้น รวมทั้งเป็นตราสารที่มีความมั่นคงสูง เนื่องจากสินเชื่อ บตท.เป็นรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังถือหุ้น 100%
นอกจากนี้ บตท.ยังคงผลักดันเสนอแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติ บตท. เพื่อให้สามารถค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ ซึ่งล่าสุดสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เห็นชอบร่างกฎหมายแล้ว ซึ่งหากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่คาดว่าจะนำเสนอ รมว.คลังคนใหม่ เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติได้ทันที
ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจะที่ให้ บตท.สามารถค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ จากเดิมที่ทำได้แค่ซื้อพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัย มาทำซีเคียวริไทเซชั่น (MBS) จะช่วยทำให้บทบาทหน้าที่ตลาดรองครบวงจรมากขึ้น เหมือนกับอีกหลายประเทศที่ทำกัน อาทิ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฮ่องกง เกาหลีใต้ เป็นต้น
ในเบื้องต้นการค้ำประกันสินเชื่อบ้าน จะมีรูปแบบการทำงานในลักษณะเดียวกันกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่ทำหน้าที่ประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งต้องมีค่าเบี้ยประกันแต่จะไม่กำหนดอัตราที่สูงจนเกินไป เหมาะกับผู้ที่มีรายได้ไม่สูงนัก ซึ่งจะทำให้ผู้มีรายได้สามารถที่จะกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น
พร้อมกันนี้ ยังมีการแก้ไขให้ บตท.สามารถตั้ง “บริษัทสินเชื่อเคหะการ” (Mortgage Company) เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยของนันแบงก์ที่จะต้องขายพอร์ตให้แก่ บตท. จะทำให้ดีเวลอปเปอร์รายกลางและรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น เพราะปัจจุบันธนาคารพาณิชย์เน้นปล่อยให้แต่รายใหญ่เป็นหลัก อีกทั้งยังมีการแก้กฎหมายให้ บตท.สามารถออกตราสารหนี้ได้หลากหลายมากขึ้น จากปัจจุบันออกได้แค่ซีเคียวริไทเซชั่นบอนด์
บตท.ยังได้ร่วมมือกับตลาดรองที่อยู่อาศัยของญี่ปุ่นในการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการออกผลิตภัณฑ์การเงินสินเชื่อบ้านคงที่ให้นานขึ้นจากเดิมที่คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่สูงสุดแค่ 7 ปี อนาคตอาจจะขยายการระยะเวลาการคิดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านคงที่เพิ่มขึ้นเป็น 10 ปี จากที่ต่างประเทศมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ซื้อที่อยู่อาศัยนานถึง 35 ปี เพื่อลดความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยผันผวน
นอกจากนี้ บตท.มีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยเพิ่มตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ 2 ตำแหน่ง คือ 1.อัญชุลี สิมะเสถียร ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ สายการเงิน บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยรับผิดชอบดูแลฝ่ายตลาดทุน ฝ่ายบริหารเงิน และฝ่ายบัญชีและการเงิน เพื่อเตรียมรองรับการพัฒนาธุรกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ตลอดจนนักลงทุนที่ต้องการลงทุนตราสารหนี้กับ บตท. ที่เพิ่มมากขึ้นตามการขยายธุรกรรมจัดซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยและกระแสตลาดทุนโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
2.ปรีชา บูชางกูร รองกรรมการผู้จัดการ สายบริหารองค์กร รับผิดชอบฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายบริหารสินทรัพย์ ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อรองรับการพัฒนาองค์กร และสร้างความเข้มแข็งด้านระบบปฏิบัติการ สนับสนุนการขยายธุรกรรมการจัดซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัย และการระดมทุนให้บรรลุตามพันธกิจ บตท.
สำหรับผลการดำเนินงานคาดว่าในปี 2556 บตท. สามารถจัดซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ 4,373 ล้านบาท จากเป้าหมายการจัดซื้อสินเชื่อทั้งปี 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% ปีก่อนที่มียอด 3,256 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยผ่านโครงการความร่วมมือกับสถาบันการเงิน จำนวน 273 ล้านบาท และซื้อพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน จำนวน 4,100 ล้านบาท จากเป้าการจัดซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2556 จำนวน 4,000 ล้านบาท
ด้านการระดมทุนนั้นมีการออกตราสาร MBS จำนวน 2,037 ล้านบาท จาก 900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 126 คาด ณ สิ้นปี 2556 จะมีสินทรัพย์รวมประมาณ 9,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 67 และคาดว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงาน 57 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ประมาณ 3.5% ของยอดสินเชื่อ เมื่อเปรียบกับค่าเฉลี่ยเอ็นพีแอลของธนาคารพาณิชย์ 15 แห่ง อยู่ที่ระดับ 3.01% ส่วนเอ็นพีแอลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 7 แห่ง อยู่ที่ 4.81%
นี่ถือว่าเป็นภารกิจหนึ่งที่ บตท.จะผลักดันให้ถึงเป้าหมายเป็นที่พึ่งของคนมีรายได้ให้เข้าถึงสินเชื่อซื้อบ้าน และลดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยผันผวนในอนาคต







