
ต่างชาติเมินอนุพันธ์
ผลกระทบการเมืองเศรษฐกิจโลก
สภาพคล่องหายบริหารพอร์ตยาก
โพสต์ทูเดย์
— บล.ภัทร ชี้ไตรมาสแรก ต่างชาติไม่สั่งซื้อขายอนุพันธ์ประเภทออปชัน เหตุขาดสภาพคล่อง โดนสองเด้งมรสุมการเมืองและเศรษฐกิจโลกชะลอตัวนายธนวัฒน์ พานิชเกษม กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานค้าหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่าต่างชาติไม่ลงทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ตราสารอนุพันธ์) ประเภทออปชัน จากปกติที่ซื้อขาย 500 สัญญา ต่อ 1 รายการ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและปัญหาการเมืองไทยส่งผลให้ปริมาณซื้อขายและสภาพคล่องไม่เพียงพอ และไม่สามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี
“
เงินต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย มองว่าเป็นของกองทุนระยะยาวมากกว่าเงินจากกองทุนเก็งกำไร (เฮดจ์ฟันด์) เพราะปกติต่างชาติเลือกออปชันเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง แต่เมื่อเจอสองปัจจัยนี้ก็ทำให้ลงทุนลำบาก”นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีสัญญาณที่ดีขึ้น เริ่มมีลูกค้าขอเรียกดูราคาการลงทุนอนุพันธ์ประเภทออปชัน แต่ยังไม่ซื้อขาย
สำหรับตราสารอนุพันธ์ประเภทออปชันเป็นสัญญาสิทธิระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย โดยผู้ซื้อมีสิทธิเลือกใช้สิทธิหรือจะไม่ใช้สิทธิก็ได้ ซึ่งต้องแลกกับการจ่ายค่าพรีเมียม แต่ผู้ขายมีภาระผูกพันต้องทำตามที่ตกลงไว้ว่าถ้าเขาจะซื้อก็ต้องขาย หรือถ้าคนซื้อมาใช้สิทธิขายก็ต้องรับซื้อตามราคาตกลง โดยผู้ขายจะได้รับค่าพรีเมียมเป็นการตอบแทน ขณะที่อนุพันธ์ประเภทฟิวเจอร์สทั้งคนซื้อและคนขายต่างต้องทำตามที่ตกลงไว้ว่าผู้ซื้อก็ต้องซื้อและผู้ขายก็ต้องขายเท่านั้น
นายธนวัฒน์ กล่าวว่า หากปริมาณการซื้อขายและสภาพคล่องในอนุพันธ์ทั้งฟิวเจอร์สและออปชันเพิ่มขึ้น บล.ภัทร มีความสนใจเป็นผู้ดูแลสภาพคล่อง (มาร์เก็ตเมกเกอร์) ซึ่งคาดว่าจะเป็นมาร์เก็ตเมกเกอร์ได้ภายในครึ่งหลังปีนี้
นายธนวัฒน์ คาดการณ์ว่า อีก 3 ปีข้างหน้า ปริมาณการซื้อขายตราสารอนุพันธ์จะเติบโตเท่าตัว ที่ 3 หมื่นสัญญาต่อวัน จากปัจจุบัน 1,500 สัญญาต่อวัน เพราะเมื่อผู้ลงทุนมีความเข้าใจมากขึ้น ก็จะใช้อนุพันธ์เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงมากขึ้น ประกอบกับอนุพันธ์มีสินค้าให้เลือกลงทุนหลายประเภทและมีค่าซื้อขายที่ถูกกว่า







