posttoday
อุตสาหกรรมแฟชั่น

อุตสาหกรรมแฟชั่น

27 ธันวาคม 2556

อุตสาหกรรมแฟชั่นยังคงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไม่น้อย

อุตสาหกรรมแฟชั่นยังคงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไม่น้อย

ทุกวันนี้ พลวัต (Dynamic) ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของสินค้าแฟชั่น รวมตลอดทั้งนวัตกรรม (Innovation) ความแปลกใหม่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นจะก่อให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขันและนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพในการผลิต (Productivity) ด้วย

ในความเป็นจริงแล้ว วัตถุดิบที่เป็นองค์ประกอบในการผลิตสินค้าแฟชั่น (ด้าย ผ้ายีนส์) อาจมีมูลค่าไม่สูงมากนัก แต่สินค้าแฟชั่นขั้นสุดท้าย (End Products) ที่เป็นเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มที่มีต่อวัตถุดิบนั้นๆ ได้หลายเท่า เพราะผู้บริโภคยินดีที่จะซื้อหาในระดับราคาต่าง ๆ หากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น และมั่นใจที่จะใช้สินค้าแฟชั่นเหล่านั้น

การเปลี่ยนแปลงของแฟชั่นจะผลักดันให้ผู้ออกแบบมีการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้องกัน

แต่อุตสาหกรรมแฟชั่นนั้นมีลักษณะเฉพาะตัวซึ่งยากที่จะอธิบายโดยอาศัยเหตุผลทั่วไป สาเหตุเพราะแฟชั่นเป็นการยอมรับ หรือขึ้นกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จะสรรหาเลือกซื้อมาใช้

แฟชั่นอาจจะได้รับความนิยมและความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคบางกลุ่ม หรือบางพื้นที่เท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ หากความยอมรับในแฟชั่นนั้นๆ ลดลง หรือความมั่นใจของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าลดลง สินค้านั้นก็จะไม่เป็นแฟชั่นอีกต่อไป

แฟชั่นจึงเป็นแนวโน้มของการบริโภคที่มีความเปลี่ยนแปลงแบบเป็นพลวัตไม่หยุดนิ่ง (Dynamic) ตลอดเวลา

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มหดตัว โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกา ประกอบกับเริ่มมีคู่แข่งจากประเทศจีน อินเดียและประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียนซึ่งมีค่าแรงต่ำกว่าไทย ทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

อุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่ายังอยู่ในระดับล่างของอุตสาหกรรมแฟชั่นของโลกที่มี มิลาน ปารีส นิวยอร์ก ลอนดอน และโตเกียวเป็นผู้นำ ความแตกต่างนี้อาจจะสูงขึ้นในอนาคตหากไม่วางยุทธศาสตร์การแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่นให้ถูกทางและรัดกุม

ดังนั้น อุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยจำเป็นต้องสร้างความแตกต่าง ต้องยกระดับจากการเป็น “ผู้รับจ้างผลิต” ไปสู่การเป็นผู้ออกแบบสินค้าและมี “ตราสินค้า” ของตัวเอง เราต้องพัฒนาให้เป็นผู้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพระดับกลางและระดับสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่อุตสาหกรรมแฟชั่น ต้องสามารถสร้างความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคและระดับโลกด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด

ที่สำคัญก็คือ อุตสาหกรรมแฟชั่นจะต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ด้วย โดยการผสมผสานรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยและรูปแบบที่เป็นที่นิยมของสากล เพื่อจะได้สามารถพัฒนาสินค้าภูมิปัญญาและวัฒนธรรมเหล่านี้ให้ดูทันสมัยขึ้นและสามารถเข้าสู่ตลาดระดับสากลได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าด้วย ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคในประเทศที่มีรายได้สูงหันมาใช้สินค้าแฟชั่นไทยมากยิ่งขึ้น

ในวันนี้ อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยประกอบด้วยอุตสาหกรรม 3 สาขาหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่มห่ม อุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า อุตสาหกรรม อัญมณีและเครื่องประดับ โดยมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 677,552 ล้านบาท (20,925 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีจำนวนสถานประกอบการ 25,130 แห่ง และมีจำนวนแรงงานทั้งสิ้น 2,184,506 คน

การที่จะส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยในปัจจุบันให้ได้ผลมากที่สุดนั้น เราจำเป็นจะต้องสร้างการรับรู้เพื่อให้ผู้บริโภคหันมาใช้สินค้าแฟชั่นไทย รวมถึงสร้างกระแสความเป็นเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางแหล่งช็อปปิ้งสินค้าแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมไปถึงการให้ผู้ประกอบการในธุรกิจแฟชั่นและดีไซเนอร์ มุ่งออกแบบสินค้า เน้นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความสวยงาม ความโดดเด่น และความทันสมัยของแฟชั่นไทย เพื่อเผยแพร่สินค้าไทยออกสู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน

เราจะต้องสร้างคน สร้างธุรกิจ และสร้างเมืองไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ประเทศไทยหรือกรุงเทพฯ เป็นเมืองแฟชั่นอีกครั้ง เพราะเรามีศักยภาพที่ไม่แพ้ใครๆ ในโลก

สวัสดีปีใหม่ 2557 ครับผม!

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน