
มันนี่ทูเดย์
ครม.ขยายเวลาช่วยเอสเอ็มอี 3 จ.ชายแดนใต้
ครม.ขยายเวลาช่วยเอสเอ็มอี 3 จ.ชายแดนใต้
นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ได้เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ซอฟต์โลน) ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดมาตรการวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ขยายเป็นวันที่ 31 ธ.ค. 2557 มีวงเงินรวม 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งธนาคารออมสินจะเป็นผู้ดำเนินโครงการโดยใช้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดิมตามที่ ครม.ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2553
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติงบประมาณชดเชยส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยให้ธนาคารออมสินตามหลักเกณฑ์เดิม โดยคำนวณจากต้นทุนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำสูงสุด 12 เดือนของธนาคารออมสิน บวกค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 0.98% หักกับผลตอบแทนที่ได้รับจากการให้สถาบันการเงินกู้เงินในอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ซึ่งปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเฉลี่ย 12 เดือนของธนาคารออมสินอยู่ที่ 3% รวมเป็นวงเงินที่ขอรับการชดเชยจากรัฐบาลประมาณ992.50 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้จะต้องเบิกจ่ายตามที่เกิดขึ้นจริงด้วย
คลังชะลอเกณฑ์คิดเงินค่ายาเพิ่ม
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้เลื่อนการใช้หลักเกณฑ์การคิดค่ายาส่วนเพิ่ม เพื่อเบิกจ่ายค่ายาชื่อสามัญ (Generic Drug) และยาต้นแบบ (Original Drug) ในการเบิกจ่ายสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ จากเดิมที่กำหนดใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2557 ให้เลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากมีหลายฝ่ายได้แจ้งข้อกังวลและปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว เช่น ประเด็นการเข้าถึงการใช้ยาที่จำเป็นหรือการใช้ยาต้นแบบที่ไม่มียาชื่อสามัญทดแทน
นอกจากนี้ การเกิดสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองส่งผลให้การเตรียมการตามขั้นตอนต่างๆ ไม่สามารถดำเนินการได้ครบถ้วนตามแผนที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วย สถานพยาบาล ราชวิทยาลัย รวมถึงสมาคมแพทย์ต่างๆ ซึ่งเป็นผู้สั่งใช้ยาเพื่อการรักษา
ขณะเดียวกันเกณฑ์การจำแนกประเภทยาชื่อสามัญและยาต้นแบบยังไม่ชัดเจน และไม่ครอบคลุมรายการยาเพื่อให้กรมบัญชีกลางใช้อ้างอิงในการเบิกจ่ายยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า การ Mark Up ราคานั้น เป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่ รวมถึงสถานพยาบาลอีกประมาณ 800 แห่ง ยังไม่มีความพร้อมด้านการจัดส่งข้อมูลยาเข้าระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง หากดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว อาจเกิดผลกระทบและไม่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย







