
กสอ.เสนอแผนช่วยรายย่อยรอดวิกฤต
กสอ.แนะ 2 ทางรอดช่วยเอสเอ็มอีผ่านวิกฤตการเมือง ทั้งรุกตลาดต่างประเทศร่วมเป็นเครือข่าย
กสอ.แนะ 2 ทางรอดช่วยเอสเอ็มอีผ่านวิกฤตการเมือง ทั้งรุกตลาดต่างประเทศร่วมเป็นเครือข่าย
นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า จากจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างมาก เพราะเป็นช่วงฤดูขายสินค้า ทำให้มียอดขายลดลงและต้องลดกำลังการผลิต ดังนั้นกรมต้องเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผ่าน 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1.การมุ่งให้ผู้ประกอบการหาตลาดใหม่ในอาเซียน เพื่อลดความเสี่ยงของธุรกิจ ทำให้ได้ตลาดใหม่ในต่างประเทศ
2.การสร้างกลุ่มเครือข่ายผู้ประกอบการผ่านโครงการ “การสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในประเทศไทย” (DIP SMEs Network) โดยสร้างเครือข่ายทางธุรกิจแก่เอสเอ็มอี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในภาคธุรกิจและเป็นเวทีในการเปิดการค้าและการเจรจาทางธุรกิจ พร้อมกันนี้กรมยังมีโครงการอีกกว่า 40 โครงการ ที่จะเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในระยะยาว
นายพรชัย รัตนตรัยภพ ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทย (DIP SMEs Network) กล่าวว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองมาก ทำให้ยอดขายลดลง 3050% เพราะลูกค้ามีความไม่มั่นใจกับสถานการณ์ทางการเมือง จึงลดการสั่งซื้อสินค้า และผู้บริโภคก็มุ่งเก็บเงินเพื่อนำมาใช้ในช่วงเวลาฉุกเฉินมากขึ้น
ขณะเดียวกันคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศก็ชะลอตัวลง เพราะลูกค้าต่างประเทศกังวลว่าวิกฤตทางการเมืองจะทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าและขนส่งสินค้าได้ตรงตามที่เวลากำหนด ทั้งนี้กลุ่มฯ ต้องปรับตัวด้วยการใช้วัตถุดิบทางเลือกที่มีราคาถูก เข้ามาทดแทนวัตถุดิบเดิมที่มีราคาสูง จึงช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ 1520% รวมทั้งกลุ่มฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ประกอบการในกลุ่ม จึงได้วัตถุดิบที่เหมาะสมในแต่ละภาคการผลิต
“ในมุมมองของผู้ประกอบการอยากเห็นการกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ไม่อยากให้สถานการณ์ยืดเยื้อออกไปเรื่อยๆ เพราะจะกระทบต่อเศรษฐกิจในระยาว” นายพรชัย กล่าว







