
นับถอยหลังทีวีดิจิตอลลุ้นผลประมูลพรุ่งนี้
ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ
ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ
เหลือเวลาอีกเพียง 1 วันเท่านั้น ที่คนไทยทั้งประเทศจะได้สัมผัสประสบการณ์การประมูลทีวีดิจิตอลช่องธุรกิจ 24 ช่อง ครั้งแรกของวงการโทรทัศน์ไทย ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กำหนดไว้ 2 วัน คือวันที่ 2627 ธ.ค.นี้ โดยจะเริ่มประมูลช่องคมชัดสูง (เอชดี) ในช่วงเช้าของวันที่ 26 ธ.ค. และช่วงบ่ายจะประมูลช่องวาไรตี้ระบบปกติ (เอสดี)
สำหรับวันที่ 27 ธ.ค. จะประมูลช่องรายการข่าวและสาระในช่วงเช้า ก่อนปิดท้ายด้วยช่องรายการเด็กและเยาวชนในช่วงบ่าย ซึ่งลำดับการประมูลที่เกิดขึ้นนั้นเรียงตามราคาเริ่มต้นประมูลสูงสุด ประกอบด้วย ช่องเอชดี 1,510 ล้านบาท ช่องเอสดี 380 ล้านบาท ช่องข่าว 220 ล้านบาท และช่องเด็ก 140 ล้านบาท
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท. กล่าวว่า นอกจากการประมูลครั้งนี้จะมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสแล้ว ยังได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มผู้ที่อาจไม่หวังดีเข้ามาป่วนการประมูล โดยให้กำหนดรหัสผ่าน (พาสเวิร์ด) สำหรับระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการประมูล ให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และบริษัท กสท โทรคมนาคม ผู้พัฒนาระบบเก็บรักษาร่วมกัน
ระบบโปรแกรมการประมูลของทั้งผู้จัดการประมูลและทั้งผู้ประมูล ให้ ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. ภารกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และผู้อำนวยการสำนักงานเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล เก็บรักษารหัสร่วมกัน
นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกล้องวงจรปิดเพื่อเฝ้าระวังเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (เซิร์ฟเวอร์) และอุปกรณ์เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการประมูล แสดงต่อสาธารณชนตลอดเวลาการประมูล มีการเก็บประวัติข้อมูลการเสนอราคา (Bid Log) ตลอดระยะเวลา เพื่อให้นำมาเปิดเผยภายหลังการสิ้นสุดเวลาการประมูลหมวดสุดท้ายในวันที่ 27 ธ.ค. โดยให้ผู้ที่เข้าร่วมประมูลที่สนใจสามารถส่งตัวแทนเข้าร่วมตรวจสอบได้ไม่เกิน 2 คนต่อราย รวมทั้งเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่สำหรับอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยประมูล 235 คน จากเดิม 175 คน เป็นเจ้าหน้าที่ของ กสทช.และของ กสทฯ
ขณะที่ห้องควบคุมชั้น 30 ของอาคาร กสทฯ บางรัก สถานที่จัดประมูล ผู้ที่สามารถเข้าห้องได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ 10 คนที่ควบคุม ตัวแทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) 1 คน ตัวแทนคณะกรรมการติดตามและประเมินผล (ซูเปอร์บอร์ด) 1 คน และบอร์ด กสท. 5 คน โดยห้ามผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปยังห้องดังกล่าว
สำหรับขั้นตอนการประมูลที่ทาง กสท.ได้เปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมทดสอบเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา จะเริ่มต้นจากตัวแทนจากบริษัทผู้เข้าประมูลทั้ง 5 คน ต้องมาลงทะเบียนเพื่อรับบัตรประจำตัว แบ่งเป็น สีเหลือง สำหรับช่องเอชดี สีชมพู ช่องเอสดี สีเขียว ช่องข่าว และสีฟ้า สำหรับช่องเด็ก ก่อนจะขึ้นสู่ห้องประมูลที่ชั้น 2728
ทั้งนี้ ตัวแทนบริษัทผู้เข้าประมูลทั้ง 5 คน ได้รับอนุญาตให้นำเอกสารรวมกันไม่เกิน 10 หน้ากระดาษเอ 4 ซึ่งเป็นเอกสารที่ต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ก่อน ส่วนอุปกรณ์สื่อสารและสัมภาระอื่นๆ ไม่สามารถนำเข้าห้องประมูลได้ โดยก่อนเข้าห้องประมูลจะได้รับชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อกรอกที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เข้าสู่ระบบการประมูล
อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าประมูลจะต้องเคาะราคาใน 5 นาทีแรกของการเริ่มต้นประมูล ไม่เช่นนั้นจะถือว่าสละสิทธิร่วมประมูล โดยการประมูลจะใช้เวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมง แต่หากหมดเวลาแล้วยังมีผู้เสนอราคามากกว่าจำนวนช่อง ก็จะต่อเวลาทุก 5 นาที จนกว่าจะไม่มีการเคาะราคา ซึ่งหากยังมีจำนวนผู้เสนอราคามากกว่าจำนวนช่องอยู่ จะใช้วิธีจับสลากหาผู้ชนะการประมูล
อย่างไรก็ดี พ.อ.นที ระบุว่า การใช้วิธีจับสลากเพื่อหาผู้ชนะประมูลนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก
ด้านผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหมด 29 บริษัท ประกอบด้วย เอชดี 9 ราย คือ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ (ช่อง 7) อมรินทร์ เทเลวิชั่น พีเอ็ม กรุ๊ป (เฉลิมชัย มหากิจศิริ) กลุ่มบีอีซี (ช่อง 3) เวิร์คพอยท์ อสมท แกรมมี่ บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง (นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ) ทริปเปิลวี บรอดคาสต์ (ไทยรัฐ)
ช่องวาไรตี้ 16 ราย ประกอบด้วย บริษัท บีบีทีวี แซทเทเลวิชั่น (ช่อง 7) วอยซ์ทีวี อาร์เอส เทเลวิชั่น อมรินทร์ เทเลวิชั่น โฟร์วันวัน (เฉลิมชัย มหากิจศิริ) ทริปเปิลวี บรอดคาสต์ ไทยทีวี (ทีวีพูล) บีอีซี ทัชทีวี (เอินทัช) เวิร์คพอยท์ อสมท แกรมมี่ เนชั่นโมโน บางกอกมีเดีย ทรู
ช่องข่าว 10 ราย คือ ดีเอ็น บรอดคาสต์ (เดลินิวส์) วอยซ์ทีวี 3 เอ มาร์เก็ตติ้ง ไอสปอร์ต มีเดีย โพสต์ทีวี ไทยทีวี เนชั่น โมโน ทีเอ็นเอ็น สปริงนิวส์ และช่องเด็ก 6 ราย คือ โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ไทยทีวี อสมท เนชั่น บีอีซี ทรู
คงต้องติดตามพร้อมลุ้นกันว่า ในจำนวนผู้เข้าร่วมประมูล 29 ราย ซึ่งมีทั้งยักษ์ใหญ่ทุนหนา หน้าใหม่ทุนเยอะ รวมไปถึงนอมินีทุนการเมือง รายใดที่จะใจสู้พอที่จะคว้าชัยใบอนุญาตกับการเป็นเจ้าของช่องและจะทำให้วงการจอแก้ว 15 ปีต่อจากนี้ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป







