
ทเวลฟ์พลัสปั้นยอดเครื่องสำอาง
เจาะสาวรุ่นใหม่ดันสัดส่วน30%5ปีแตะ500ล้าน
เจาะสาวรุ่นใหม่ดันสัดส่วน30%5ปีแตะ500ล้าน
ทเวลฟ์พลัส รุกเครื่องสำอางเต็มสูบ รับสาวรุ่นใหม่ชอบแต่งหน้า เป้าดันรายได้แตะ 30% ใน 5 ปี
น.ส.ต้องหทัย กุวานนท์ ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล บริษัท โอสถสภา เปิดเผยว่า จะหันมาบุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งรายได้จากเครื่องสำอางเป็น 500 ล้านบาท หรือสร้างรายได้ 30% ของรายได้รวมภายใน 5 ปี จากปัจจุบันมีสัดส่วน 20% ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่ต่ำกว่า 3040 รายการต่อปี ทำให้ใน 5 ปีมีสินค้ากลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า 200 รายการ
ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคอลเลกชั่นที่สุดแห่งสีสัน (ทเวลฟ์พลัส คัลเลอริสต้า) 26 รายการ ซึ่งช่วยทำให้ทเวลฟ์พลัสมีภาพลักษณ์เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามที่ครอบคลุมขึ้น จากเดิมเริ่มปูพื้นฐานมาจากแป้ง ลิปสติก แล้วจึงเริ่มขยายมาถึงอายไลเนอร์ ส่วนปีหน้าตั้งเป้าออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่ต่ำกว่า 40 รายการ ในช่วงครึ่งหลังของปี
สำหรับภาพรวมธุรกิจทเวลฟ์พลัส ปัจจุบันมี 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว 55% โคโลญ 25% ที่เหลือเป็นเครื่องสำอางที่เพิ่งเริ่มทำตลาดปี 2553 และพบว่ารายได้กลุ่มนี้โต 30% ทุกปี ดีกว่าที่คาดไว้ ส่วนรายได้รวมปีนี้น่าจะอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน ขณะที่ปีหน้าคาดว่าเติบโต 15% จากการวางตลาดสินค้าใหม่ที่เข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขาย
“กำลังซื้อที่ลดลงไม่มีผลกระทบ เพราะราคาสินค้าอยู่ในระดับ 100300 บาท ซึ่งตลาดคนทั่วไปรับได้ ทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน” น.ส.ต้องหทัย กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทำวิจัยช่วง 23 ปีที่ผ่านมา พบว่าผู้หญิงวัยรุ่นใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมากขึ้น แต่ละคนจะมีผลิตภัณฑ์ในกระเป๋าไม่ต่ำกว่า 78 รายการ และเป็นพฤติกรรมที่เกิดในวงกว้าง ส่วนหนึ่งเพราะไลฟ์สไตล์เข้าสังคมพบปะผู้คนมากขึ้น บริษัทจึงที่จะเปลี่ยนแปลงไป
ขณะเดียวกันบริษัทได้ทุ่มงบประมาณ 150 ล้านบาท รีแบรนด์ทเวลฟ์พลัสให้มีภาพลักษณ์เติบโตขึ้น สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น คือ ตั้งแต่ 18-25 ปี โดยจะทยอยปรับปรุงแพ็กเกจผลิตภัณฑ์ ใช้โลโก้ใหม่ให้ครบทุกผลิตภัณฑ์ภายในต้นปีหน้า พร้อมทั้งให้ คิมแทฮี ซึ่งมีฉายาเป็นนางฟ้าแห่งเกาหลี เป็นพรีเซนเตอร์สินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง และได้ถ่ายทำโฆษณาชุดใหม่ที่มีคิมแตฮีแสดงร่วมกับ หมาก ปริญ ไปแล้ว นอกจากนี้ จะใช้งบขยายพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้ามากขึ้น มีกิจกรรมให้ทดลองใช้ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าง่ายขึ้น







