
บูมแหล่งเที่ยว "แมนเมด" กระตุ้นท่องเที่ยวไทยเพิ่ม
แม้ไทยมีจุดเด่นเรื่องแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม แต่ที่ผ่านมาทั้งรัฐและเอกชนในวงการท่องเที่ยวเริ่มเล็งเห็นว่าไทยต้องเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวมนุษย์สร้าง (แมนเมด) เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวแข่งกับประเทศอื่นที่ขยันสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ทำให้ 12 ปีนี้จึงเริ่มเห็นทิศทางลงทุนแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะสวนน้ำ และมีแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดอื่นๆ เกิดขึ้น เช่น ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ อุทยานดอกไม้ และตลาดย้อนยุค เป็นต้น
แม้ไทยมีจุดเด่นเรื่องแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม แต่ที่ผ่านมาทั้งรัฐและเอกชนในวงการท่องเที่ยวเริ่มเล็งเห็นว่าไทยต้องเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวมนุษย์สร้าง (แมนเมด) เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวแข่งกับประเทศอื่นที่ขยันสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ทำให้ 12 ปีนี้จึงเริ่มเห็นทิศทางลงทุนแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะสวนน้ำ และมีแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดอื่นๆ เกิดขึ้น เช่น ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ อุทยานดอกไม้ และตลาดย้อนยุค เป็นต้น
วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิตี้วอล์ค ผู้บริหารสวนน้ำและสวนสนุก สวนสยาม ในฐานะนายกสมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจ เปิดเผยว่า เอกชนสนใจลงทุนแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดมากขึ้น โดยเฉพาะแถบชายทะเลใกล้กรุงเทพฯ ทั้ง พัทยา หัวหิน ชะอำ และกระแสการลงทุนเริ่มกระจายไปหัวเมืองขนาดใหญ่ในต่างจังหวัด แต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดขนาดเล็กลง โดยพื้นที่ที่เกิดแล้วคือ จ.อุดรธานี ส่วนพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิด คือ ภูเก็ต เชียงใหม่ อุบลราชธานี และขอนแก่น แหล่งท่องเที่ยวแมนเมดเกิดกระจายตัวมาก สอดคล้องกับการเติบโตของชุมชนในต่างจังหวัดที่ไม่กระจุกตัวเฉพาะในเมืองใหญ่ แต่กระจายไปหัวเมืองรอง ชนชั้นกลางในไทยมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนที่มีถิ่นฐานในต่างจังหวัด ไปเรียนต่อต่างประเทศหรือกรุงเทพฯ พอเรียนจบแล้ว เริ่มสนใจกลับไปลงทุนในจังหวัดตัวเอง แทนมาลงทุนในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับความต้องการของชนชั้นกลางในพื้นที่ที่เติบโต
สำหรับสวนสยามสนใจลงทุนสวนสนุกและสวนน้ำในต่างจังหวัดเช่นกัน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปพื้นที่ เพราะมีเจ้าของพื้นที่หลายจังหวัดติดต่อมา ได้แก่ จ.อุบลราชธานี อุดรธานี หนองคาย พิษณุโลก สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ไปจนถึงประเทศลาว หากลงทุนจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวถาวร จึงต้องใช้เวลาพิจารณาเพื่อให้การลงทุนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
วรัญญู โทณะวณิก ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซิมเปิ้ล ครีเอชั่น ผู้บริหารมินิ มูร่าห์ ฟาร์ม จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ได้ลงทุนสร้างมินิ มูร่าห์ ฟาร์ม เกือบ 20 ล้านบาท เป็นฟาร์มนมควายสาธิต แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดึงกลุ่มลูกค้าครอบครัวมาเที่ยว โดยทดลองเปิดตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. 2556 คาดว่าจะเปิดเต็มรูปแบบได้ ต.ค. 2557 หลังเปิดทดลองมีกลุ่มครอบครัวมาเที่ยวช่วงวันเสาร์อาทิตย์ 120 ครอบครัวต่อวัน จากนี้คงจะทำตลาดกับบริษัททัวร์มากขึ้น ดึงนักท่องเที่ยวเติมเต็มวันธรรมดา เน้นกลุ่มที่รับจัดทัศนศึกษาให้นักเรียน รวมทั้งกลุ่มที่ทำตลาดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (อีโค ทัวริสซึ่ม) ตั้งเป้าหมายคืนทุนใน 4 ปี
“จากการสำรวจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวที่มาไหว้พระที่วัดหลวงพ่อโสธร ส่วนใหญ่ระบุว่า นิยมมาฉะเชิงเทราทุกปีเพื่อไหว้พระ แต่เมื่อสอบถามว่าหลังจบกิจกรรมไหว้พระแล้ววางแผนเที่ยวที่ใดต่อ ส่วนใหญ่ตอบไม่ได้ จึงมองว่าการสร้างมินิ มูร่าห์ ฟาร์ม จะเป็นทางเลือกให้คนกลุ่มที่มาไหว้พระอยู่แล้ว ได้ท่องเที่ยวเพิ่มเติม” วรัญญู กล่าว
พรทิพย์ อัษฎาธร กรรมการผู้จัดการ เพ ลา เพลิน บูติครีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์แคมป์ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้ลงทุนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท สร้างแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดใหม่ ชื่อว่า เพ ลา เพลิน ตั้งเป้าหมายผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนและเรียนรู้ที่สมบูรณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะแรกของโครงการ เป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทผจญภัย เปิดไป ม.ค. 2556 ระยะที่ 2 เป็นอุทยานดอกไม้ แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ เปิดวันที่ 25 ธ.ค. 2556 ตั้งเป้าหมายเจาะกลุ่มสถาบันการศึกษาที่นำนักเรียนมาท่องเที่ยวเรียนรู้และเข้าค่ายพักแรม ทั้งปี 2557 น่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่ม 23 เท่าตัวจากปี 2556 ที่มีกว่า 1 แสนคน คืนทุนใน 5 ปี
"กลุ่มเป้าหมายที่จะมาแหล่งท่องเที่ยวนี้คือ หน่วยงานราชการ นักเรียน สถาบันการศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ซึ่งเดิมหวังเพียงตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ปรากฎว่าหลังเปิดบริการบางส่วนต้นปี 2556 มีนักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาคมา ส่วนหนึ่งเพราะได้อานิสงส์กลุ่มคนที่เดินทางมาขึ้นเขาพนมรุ้ง หรือมาร่วมกิจกรรมที่สนามฟุตบอลไอโมบายอยู่แล้ว มาแวะเที่ยว นอกจากนี้ก็เตรียมไปทำตลาดประเทศเพื่อนบ้านด้วย เช่น ลาว กัมพูชา และพม่า เพราะระยะการเดินทางไม่ไกล" พรทิพย์ กล่าว
กงกฤช หิรัญกิจ ประธานโรงแรมสีมาธานี กล่าวว่า ทุกจังหวัดควรพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ตัวเองเพิ่ม รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมากระจุกตัวในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ให้กระจายตัวไปยังแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงแทน โดยควรผสมผสานเอกลักษณ์ท้องถิ่นเข้าไปเป็นแนวคิดสร้างสถาปัตยกรรมในแหล่งท่องเที่ยว ขณะที่หน่วยงานภาครัฐควรหาช่องทางแหล่งเงินทุนสนับสนุนให้เอกชนที่มีแผนแม่บทพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ชัดเจน รวมทั้งสนับสนุนการทำตลาดควบคู่ไป เพื่อให้แนวคิดพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวประสบความสำเร็จ ในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องมีแหล่งท่องเที่ยวแมนเมด ดึงนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวียดนาม กัมพูชา ที่นิยมข้ามชายแดนมาเที่ยวไทย แต่ปัจจุบันยังเที่ยวจำกัดในศูนย์การค้า
อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวแมนเมดบางแห่งสร้างมาระยะหนึ่งแล้ว เริ่มได้รับความนิยมลดลง เพราะถูกแหล่งท่องเที่ยวสร้างใหม่กลบกระแส แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากขาดระบบบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวที่ดี หากต้องการเป็นแมนเมดอยู่ระยะยาว ก็ต้องปรับตัวสม่ำเสมอเพื่อให้มีความใหม่ตลอดเวลา
หากภาคเอกชนสามารถพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแมนเมดให้อยู่ในระดับมาตรฐานที่ดีได้ โดยมีรัฐคอยให้การสนับสนุน เชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน







