
พีอาร์บ่นอุบธุรกิจหมื่นล้านทรงตัว
ลูกค้าลดงบใช้คุ้มเลือกตั้งไม่ช่วยฟื้น124ขายโซลูชั่น
ลูกค้าลดงบใช้คุ้มเลือกตั้งไม่ช่วยฟื้น124ขายโซลูชั่น
เศรษฐกิจผันผวน ฉุดธุรกิจพีอาร์หมื่นล้านบาทซบเซา 124 แนะบริหารความเสี่ยงใช้งบคุ้มค่า
นายนิมิตร หมดราคี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่น คอนซัลติ้ง เปิดเผยว่า แนวโน้มลูกค้าทั้งจากภาครัฐและเอกชน ที่จะใช้บริการธุรกิจประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) ในปี 2557 จะต้องการในเรื่องของโซลูชั่นหรือวิธีการทำงานที่ช่วยวางกลยุทธ์ที่ชัดเจนเพื่อช่วยต่อยอดให้กับสินค้าและบริการ มากกว่ามุ่งเน้นใช้บริการพีอาร์บนสื่อต่างๆ หรือแค่เปิดตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น เช่น กระทรวงพลังงาน ขณะที่ภาคเอกชนจะมาจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ยานยนต์ และธุรกิจบริการ
“กลุ่มที่จะใช้งบพีอาร์น้อย จะเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นนักลงทุนต่างชาติ เพราะหากไม่มีความเชื่อมั่น จะกระทบการลงทุนจากต่างประเทศ” นายนิมิตร กล่าว
ทั้งนี้ การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งในช่วงต้นปีหน้า และใช้งบประมาณ 3,800 ล้านบาท ซึ่งพรรคการเมืองต่างๆ จะประกาศนโยบายและหาเสียง คาดว่าจะไม่กระตุ้นให้ธุรกิจพีอาร์คึกคักมากนัก และงบที่จะตกมาอยู่กับบริษัทพีอาร์ เอเยนซี คาดว่าไม่ถึง 10% เพราะส่วนใหญ่พรรคการเมืองจะดำเนินการเองและมีทีมงานอยู่แล้ว
สำหรับแผนธุรกิจของบริษัทในปีหน้าจะให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าปัจจุบันให้ดีที่สุด และจะทำงานโดยเป็นส่วนหนึ่งของทีมกำหนดกลยุทธ์การสื่อสารโดยรวม (โททัล สแตรทิจิก คอมมิวนิเคชั่นส์) บริหารค่าใช้จ่ายลูกค้าให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งชูจุดแข็งการเป็นที่ปรึกษาในด้านบริหารความเสี่ยง การซื้อและควบรวมกิจการ การประสานนโยบายกับภาครัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน จากที่ผ่านมาเน้นงานพีอาร์บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นต้น
นอกจากนี้ ปีหน้าบริษัทคาดว่าจะมีลูกค้าในระดับทรงตัวเท่าปัจจุบันมีมากกว่า 10 ราย เช่น บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโตซ่า อีสท์ วอเตอร์ คอสต้า คอฟฟี่ กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น โดยปัจจัยที่จะทำให้บริษัทพีอาร์ได้รับความสนใจจากลูกค้าคือ จะต้องมีโซลูชั่น วางยุทธศาสตร์ต่อยอดแบรนด์สินค้าและบริการดึงดูดให้ลูกค้าสนใจได้
ขณะที่แนวโน้มธุรกิจพีอาร์ปีหน้าคาดว่าจะเติบโตราว 10% จากปีนี้ตลาดไม่มีการเติบโต และมีมูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท โดยมีสัดส่วนจากงานรัฐ 70% และเอกชน 30% ซึ่งภาพรวมตลาดดังกล่าวถือว่าแย่สุดในรอบ 7 ปีตั้งแต่มีการปฏิวัติในปี 2549 ขณะที่บริษัทปีนี้กำไรเติบโต 10% แต่รายได้ (บิลลิ่ง) ไม่เติบโต หรือเท่าปี 2555 ที่ 140 ล้านบาท และสัดส่วนรายได้จากงานภาครัฐลดเหลือ 50% จากปีก่อนมีมากถึง 60% ที่เหลือเป็นเอกชน 40%







