posttoday
สินเชื่อโตสวนเศรษฐกิจซบ

สินเชื่อโตสวนเศรษฐกิจซบ

24 ธันวาคม 2556

เริ่มฟื้นตัวหลังเดือนต.ค.ขยายติดลบผวาม็อบการเมืองฉุดปีหน้าโตต่ำเป้า

เริ่มฟื้นตัวหลังเดือนต.ค.ขยายติดลบผวาม็อบการเมืองฉุดปีหน้าโตต่ำเป้า

สินเชื่อธนาคารพาณิชย์โตสวนทางเศรษฐกิจ 11 เดือนแรกโตแล้ว 8.3%

ธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง (ยกเว้นธนาคารกรุงไทยที่ยังไม่แจ้ง) ได้นำส่งข้อมูลรายงาน ธ.พ. 1.1 ประจำเดือน พ.ย. 2556 โดยพบว่าทั้ง 9 ธนาคาร มียอดสินเชื่อคงค้างรวมกันที่ 7.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.9% และเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า (ต.ค.) 1.52% ซึ่งนับเป็นการกลับมาขยายตัวได้สูงกว่าระดับ 1.5% อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์มีการเติบโตในระดับต่ำราว 0.2% มา 2 เดือนติดต่อกัน

ธนาคารที่มียอดเติบโตสินเชื่อในเดือน พ.ย.สูงคือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เติบโต 3% จากเดือนก่อนหน้า ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ เติบโต 2.1% จากเดือนก่อนหน้าและธนาคารทหารไทย เติบโต 1.9% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ธนาคารแห่งอื่นมีการเติบโตในระดับใกล้เคียง 1% ไปจนถึง 1.8% มีเพียงธนาคารธนชาตที่ไม่ขยายตัวเลย เนื่องจากมีการชำระคืนสินเชื่อจากลูกค้ารายใหญ่และเอสเอ็มอี

น.ส.อุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า สินเชื่อที่ขยายตัวดีขึ้นในเดือน พ.ย. ได้ส่งผลให้ภาพรวมสินเชื่อในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้กลับมาขยายตัวได้ 8.3% จากสิ้นปีที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าภาพรวมสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในปีนี้จะยังขยายตัวได้สูงกว่าระดับ 10% สินเชื่อในเดือน ธ.ค.จะยังขยายตัวได้ดีจากปัจจัยฤดูกาล ถึงแม้ว่าปัญหาการเมืองอาจมีผลกระทบต่อบรรยากาศการจับจ่ายในช่วงปลายปีอยู่บ้าง

“สินเชื่อปีนี้เรามองว่ายังไม่น่ากังวลเพราะ 9 เดือนแรกระบบทำมาค่อนข้างดี แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือการเติบโตในปีหน้า หากไทยยังต้องเจอภาวะสุญญากาศทางการเมืองไปเรื่อยก็มีความเป็นไปได้ที่ภาพรวมสินเชื่อจะโตได้ต่ำกว่าระดับ 9.2% ที่เราคาดหรือแม้ว่าจะมีการเลือกตั้ง 2 ก.พ.นี้ กว่าจะตั้งรัฐบาลและขับเคลื่อนนโยบายได้ก็ต้องใช้เวลา เศรษฐกิจในครึ่งปีแรกคงจะซึมแน่ๆ” น.ส.อุษณีย์ กล่าว

ขณะที่ ภาพรวมหนี้เสียในขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณที่น่ากังวล โดย ณ สิ้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาหนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์ยังอยู่ที่ระดับ 2.2% และจำกัดวงอยู่ที่กลุ่มธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์มือสองและลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เฉพาะกรณี เช่น สหฟาร์ม เป็นหลัก ไม่ได้กระจายไปยังภาคอื่น โดยยังมองว่าจากระดับเงินสำรองที่สูงของธนาคารพาณิชย์ หนี้เสียจะยังเป็นปัจจัยที่รับมือได้ในปีหน้า

อย่างไรก็ดี ฝ?ายวิจัยได้ปรับมุมมองต่อศักยภาพการทำกำไรของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าไปในทางลบ เนื่องจากขาดความชัดเจนต?อแนวโนมการลงทุนขนาดใหญ่ ?ของภาครัฐ บวกกับสถานการณ?การเมืองที่กดดันภาวะเศรษฐกิจจะทำให้แนวโน้มความต?องการสินเชื่ออหดตัวลง จนทําให้อาจต้องมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นสินเชื่อ

ทั้งนี้ จากการศึกษาของฝ?ายวิจัยจะทุก 0.25% ที่ อัตราดอกเบี้ยเงินกูู?ฝากลดลง จะส?งผลกระทบต?อ ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิปีหน้าของกลุ?มธนาคารพาณิชย์ ให?ลดลงราว 0.04 % จากสมมติฐานป?จจุบันที่ 3.14% ซึ่งจะส?งผลกระทบต?อกําไรสุทธิของกลุ่มธนาคารให?ลดลงราว 2.4% จากเดิมที่ประเมินว่าจะเติบโตได้ 9.8%

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค