
บตท.ออกตราสารหนี้2พันล้านสถาบันจองล้น2เท่า
บตท.ยิ้ม นักลงทุนแห่แย่งจองตราสารหนี้ 2,000 ล้าน ล้นทะลักกว่า 2 เท่าตัว
บตท.ยิ้ม นักลงทุนแห่แย่งจองตราสารหนี้ 2,000 ล้าน ล้นทะลักกว่า 2 เท่าตัว
นางพรนิภา หาชัยภูมิ กรรมการและผู้จัดการ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บตท.ได้มีการออกตราสารทางการเงินซึ่งมีกระแสเงินสดจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยหนุนหลัง (MortgageBacked Securities MBS) จำนวน 2,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี ซึ่งได้การตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี มีสถาบันจองซื้อกว่า 2 เท่าตัว อัตราดอกเบี้ยที่เสนออยู่ระหว่าง 44.5%
สาเหตุที่สถาบันจองซื้อเอ็มบีเอสของ บตท.มาก เนื่องจากเป็นทางเลือกการลงทุน โดยการออกเอ็มบีเอสครั้งนี้เพื่อสอดคล้องกับมูลค่าและระยะเวลาของสินเชื่อที่ซื้อมาจากสถาบันการเงิน 2,000 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ ทริสเรทติ้งปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและพันธบัตรไม่มีประกันของ บตท. เป็นระดับ “AA” จากระดับ “A+” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจและการเงินของ บตท.ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นางพรนิภา กล่าวว่า ในปีหน้า บตท.มีแผนที่จะมีการออกตราสารทางการเงินซึ่งมีกระแสเงินสดจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยหนุนหลัง (เอ็มบีเอส) วงเงินประมาณ 2,0002,500 ล้านบาท โดยจะเปิดขายให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จากเดิมจะขายเฉพาะนักลงทุนประเภทสถาบันเท่านั้น โดยเชื่อว่าจะได้การตอบรับจากนักลงทุนจำนวนมากเนื่องจากนักลงทุนรายย่อยมีความเข้าใจตราสารหนี้ประมาณนี้มากขึ้น รวมทั้งเป็นตราสารที่มีความมั่นคงสูง อีกทั้ง บตท.เป็นรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังถือหุ้น 100%
“แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะปานกลางคาดว่าอัตราดอกเบี้ยยังคงทรงตัวในระดับต่ำ เนื่องจากเศรษฐกิจซบเซา รัฐบาลก็คงมีนโยบายตรึงดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ในระยะยาวเชื่อว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะต้องมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากสภาพคล่องเริ่มหดหาย โดยอัตราการเติบโตของสินเชื่อโตกว่าเงินฝาก ประกอบกับนักลงทุนมีทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายมากกว่าที่จะฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์เพียงอย่างเดียว ในขณะเดียวกันตลาดตราสารหนี้ก็จะมีการแข่งขันกันมากขึ้นด้วย” นางพรนิภา กล่าว
ทั้งนี้ ฐานเงินทุนหลักของ บตท. มาจากตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น โดย ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2556 มีสัดส่วนคิดเป็น 84% ของเงินทุนรวม ในเดือน ก.ค. 2556 บตท.เพิ่มแหล่งเงินทุนโดยการออกพันธบัตร 1,000 ล้านบาท ทำให้ฐานเงินทุนที่มาจากตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้นลดลงเหลือ 67%และในไตรมาสที่ 4 ของปี 2556 บตท.ออกเอ็มบีเอสอีก 2,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาบตท.ได้ออกเอ็มบีเอสและตราสารทางการเงินซึ่งมีกระแสเงินสดจากสินทรัพย์หนุนหลัง (Assetbacked Securities ABS) ถึง 5 ครั้ง ซึ่งหากการออกตราสาร MBS และ ABS ประสบความสำเร็จก็จะส่งผลบวกต่อ บตท. กล่าวคือ จะช่วยให้ บตท. สามารถทำตามพันธกิจในการพัฒนาตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและจะช่วยเพิ่มประเภทของตราสารทางการเงินใหม่ ๆ เช่น MBS เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุน และจะช่วยลดความไม่สมดุลระหว่างโครงสร้างของสินทรัพย์และหนี้สินของ บตท. ในปัจจุบัน







