
10 เคล็ดลับความปลอดภัยสำหรับอีเมล
ในยุคนี้การใช้งานอินเทอร์เน็ตต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเพราะเปรียบเสมือนดาบสองคม และมีความเสี่ยงสูงในการใช้งาน ซึ่งกูเกิลได้แนะนำ 10 เคล็ดลับความปลอดภัยสำหรับการใช้งานอีเมลดังนี้
ในยุคนี้การใช้งานอินเทอร์เน็ตต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเพราะเปรียบเสมือนดาบสองคม และมีความเสี่ยงสูงในการใช้งาน ซึ่งกูเกิลได้แนะนำ 10 เคล็ดลับความปลอดภัยสำหรับการใช้งานอีเมลดังนี้
1.ลงชื่อออกจากระบบระยะไกล การลงชื่อออกจากระบบ (Sign Out) เป็นมาตรการแรกๆ ในการรักษาความปลอดภัยสำหรับอีเมล และฟังก์ชั่นการ ลงชื่อออกจากระบบระยะไกล (Remote Sign Out) จะช่วยให้คุณสามารถลงชื่อออกจากระบบและปิดเซสชั่นก่อนหน้านี้
2.ใช้การตั้งค่า HTTPS ทุกครั้ง เมื่อคุณเข้าใช้อีเมลผ่านทางเครือข่ายไร้สายสาธารณะหรือเครือข่ายที่ไม่มีการเข้ารหัส การตั้งค่า HTTPS แบบอัตโนมัติของ Gmail จะทำให้อีเมลของคุณถูกเข้ารหัสเมื่อ มีการรับส่งระหว่างเว็บเบราเซอร์และเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งผู้ใช้ที่ใช้เครือข่าย WiFi สาธารณะร่วมกับคุณจะไม่สามารถอ่านอีเมลนั้นได้
3.ปิดการดาวน์โหลดไฟล์ที่แนบโดยอัตโนมัติ ปิดการใช้งานตัวเลือกสำหรับการดาวน์โหลดไฟล์ที่แนบโดยอัตโนมัติเมื่อคุณอ่านอีเมล ไฟล์ที่แนบบางไฟล์อาจมีเจตนามุ่งร้าย ตัวเลือกนี้จะช่วยให้คุณดาวน์โหลดเฉพาะไฟล์ที่คุณต้องการ และฟังก์ชั่นการสแกนอัตโนมัติจะช่วยปกป้องได้อีกระดับหนึ่ง
4.อย่าไว้ใจใคร หากคุณพบเจอลิงก์ที่ดูเหมือนว่าถูกต้อง แต่คุณก็ยัง อดสงสัยไม่ได้ให้ไปที่เว็บไซต์ขององค์กรนั้นๆ โดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีในรูปแบบฟิชชิ่ง (Phishing) และควรตรวจสอบว่า URL ที่ปรากฏเมื่อคุณวางเมาส์ไว้บนลิงก์กับ URL ที่ระบุไว้ในอีเมลตรงกันหรือไม่
5.กู้คืนรหัสผ่านของคุณผ่านทางข้อความ คุณสามารถใช้การขอรับรหัสผ่านทางระบบรับส่งข้อความ (SMS) บนโทรศัพท์มือถือ ตอนง่ายๆ นั่นคือ คลิกที่ ‘Sign in’ (ลงชื่อเข้าใช้) จากนั้นเลือก 'Change Password Recovery Options' และป้อนหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และบันทึกข้อมูล และเมื่อลืมรหัสผ่านใช้งานเพจความช่วยเหลือเกี่ยวกับรหัสผ่าน รหัสกู้คืนจะถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือคุณ
6.ระวังฟิชชิงแบบเจาะจงเป้าหมาย ฟิชชิงแบบเจาะจงเป้าหมาย (Spear Phishing) อยู่ในรูปแบบของข้อความอีเมลที่เฉพาะเจาะจง อาจดูเหมือนว่าส่งมาจากนายจ้างหรือเพื่อนร่วมงาน โดยผู้หลอกลวงมักใช้เว็บแอดเดรสที่ดูเหมือนชื่อบริษัทที่มีชื่อเสียง แต่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อย จึงควรตรวจสอบตัวสะกดให้ดีก่อน
7.อีเมลสำรองก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยจะมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้อีเมลที่มักจะลืมรหัสผ่านของตัวเองเป็นประจำ ดังนั้นคุณจึงควรเลือกใช้ผู้ให้บริการอีเมลที่อนุญาตให้คุณระบุอีเมลแอดเดรสสำรองได้
8.แบ็กอัพข้อมูลอีเมลของคุณในแบบออฟไลน์ ผู้ใช้บางคนอาจต้องการเข้าใช้อีเมลในขณะออฟไลน์ หรือกรณีที่ไม่สามารถเข้าถึงบัญชีอีเมลได้ คุณจึงควรแบ็กอัพข้อมูลอีเมลของคุณจากบริการออนไลน์ Gmail
9.ใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน นับเป็นความคิดที่ดีที่คุณจะใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันสำหรับบัญชีของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบัญชีสำคัญๆ เช่น อีเมลและออนไลน์แบงก์กิ้ง
10.ใช้ลายเซ็นดิจิตอล ลายเซ็นดิจิตอลเป็นวิธีการตรวจสอบว่า ข้อความอีเมลถูกส่งมาจากบุคคลนั้นจริงๆ และไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง โดยบุคคลอื่น เนื่องจากเป็นการง่ายที่ผู้โจมตีและไวรัสจะ “ปลอมแปลง” อีเมลแอดเดรส การรับรองความถูกต้องอาจมีความสำคัญอย่างมากสำหรับจดหมายเพื่อธุรกิจ







