posttoday
เอสเอ็มอีแบงก์แห้วเงินกู้รอรัฐบาลใหม่เคาะ

เอสเอ็มอีแบงก์แห้วเงินกู้รอรัฐบาลใหม่เคาะ

19 ธันวาคม 2556

เอสเอ็มอี แบงก์ ย้ำ ยอดขอกู้สินเชื่อเอสเอ็มอียังปกติ แม้ว่าสถานการณ์การเมืองวุ่น คาดปีหน้าจำนวนเอสเอ็มอีโตขึ้น

เอสเอ็มอี แบงก์ ย้ำ ยอดขอกู้สินเชื่อเอสเอ็มอียังปกติ แม้ว่าสถานการณ์การเมืองวุ่น คาดปีหน้าจำนวนเอสเอ็มอีโตขึ้น

เอสเอ็มอีแบงก์ รอ ครม.ใหม่เคาะวงเงินกู้เอสเอ็มอีเพิ่ม ชี้ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องเพียบ

นายมนูญรัตน์ เลิศโกมลสุข กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ในปีนี้เอสเอ็มอีแบงก์ได้ปล่อยสินเชื่อเพื่อพัฒนาการผลิต (PIL) จำนวน 2 หมื่นล้านบาท ครบวงเงินแล้ว ซึ่งตามโครงการมีเวลาถึงปี 2558 แต่ทั้งนี้เอสเอ็มอีแบงก์จะต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อขออนุมัติวงเงินโครงการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยอดขอกู้สินเชื่อในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ยังอยู่ในระดับปกติ โดยยังไม่พบว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง แต่ยอมรับว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประสบปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์มากขึ้น

สำหรับปี 2557 คาดว่าจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีจำนวนเอสเอ็มอีทั่วประเทศประมาณ 2.9 ล้านราย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยมีจุดแข็งในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ด้านนางการดี เลียวไพโรจน์ อาจารย์ประจำสาขาบริหารการปฏิบัติการ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บรรยายเรื่อง ทางรอด SMEs ไทย เพิ่มผลผลิตพิชิตกำไร ว่า ทางรอดของเอสเอ็มอีไทยในยุคที่มีการแข่งขันสูง คือ ผู้ประกอบการจะต้องเพิ่มผลิตภาพการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย 5 วิธี 5 สถานการณ์ คือ 1.การเพิ่มจำนวนแรงงานคน เพื่อเพิ่มผลผลิต 2.การเพิ่มปริมาณผลผลิตแต่ลดจำนวนแรงงานคนลง 3.ลดการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิตให้น้อยลง 4.ใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในกลุ่มคลัสเตอร์ เพื่อลดต้นทุน และ 5.ลดปริมาณการผลิตลงซึ่งวิธีนี้อาจจะถูกนำมาใช้เฉพาะช่วงวิกฤตเท่านั้น เพื่อประคองให้ธุรกิจอยู่รอด

“การจะเพิ่มประสิทธิภาพของเอสเอ็มอีจะเน้นความเร็วอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีคุณภาพ ความปลอดภัย และจรรยาบรรณด้วย ธุรกิจจึงจะอยู่ได้ยั่งยืน” นางการดี กล่าว

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะรุกตลาดไปตลาดอาเซียน โดยเฉพาะประเทศที่เพิ่งเปิดใหม่และพัฒนาอย่าง กัมพูชา ลาวและพม่านั้น ในช่วงแรกสินค้าไทยอาจยังขายไม่ได้มาก แม้ว่าสินค้าจะมีคุณภาพดีกว่า เนื่องจากมีราคาสูงกว่าสินค้าจากจีน เพราะผู้บริโภคในตลาดเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้ถึงประสิทธิภาพและมูลค่าของฟังก์ชั่นการใช้งานและคุณภาพของสินค้า แต่เชื่อว่าในระยะยาวจะเป็นการลงทุนที่ตุ้มทุนมาก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ