
TICONปีหน้ากำไรยังโตอีก25-30%
TICON ลงทุน 8,000 ล้านปีหน้า ลุยโรงงานเช่า 4 แสน ตร.ม.เล็งอัพ TGROWTH เป็นรีทส์
TICON ลงทุน 8,000 ล้านปีหน้า ลุยโรงงานเช่า 4 แสน ตร.ม.เล็งอัพ TGROWTH เป็นรีทส์
นายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งงบลงทุนในปี 2557 ไว้ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยงบลงทุนจำนวนนี้จะแบ่งเพื่อใช้ในการลงทุนก่อสร้างขยายพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มอีกประมาณ 4 แสนตารางเมตร (ตร.ม.) แบ่งเป็นการขายโรงงานประมาณ 1.2 แสน ตร.ม. และที่เหลือเป็นคลังสินค้า
นอกจากนี้ จะนำเงินบางส่วนใช้ในการซื้อที่ดินเปล่าเพิ่มเพื่อรองรับการลงทุนใหม่ในอนาคต ปัจจุบันบริษัทมีการเซ็นสัญญาขายล่วงหน้าไปแล้วรวมประมาณ 2 แสน ตร.ม. ซึ่งพื้นที่คลังสินค้าให้เช่ามีกลุ่มลูกค้าหลัก คือ รีเทลและผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค ขณะที่พื้นที่โรงงานให้เช่าเป็นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่น ที่มีแผนการขยายกำลังผลิตและการลงทุนโรงงานใหม่ที่จะเริ่มผลิตในปีหน้า
“ตอนนี้บริษัทเริ่มทยอยก่อสร้างพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าบางส่วนให้ลูกค้าที่เซ็นสัญญาล่วงหน้าไปแล้ว จากเงินสดที่เกิดจากกระแสเงินสดของการดำเนินกิจการและบางส่วนใช้เงินกู้”
สำหรับปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อบริษัท เพราะนักลงทุนต่างชาติยังคงต้องการลงทุนและใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและกระจายสินค้าในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์ยังซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อสร้างโรงงานใหม่ รวมถึงกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ ใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศยังต้องการขยายการลงทุน
นายวีรพันธ์ กล่าวว่า ลูกค้าหลักๆ ของบริษัท คือ กลุ่มลูกค้าจากญี่ปุ่นซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 60% กลุ่มซัพพลายเชนใหญ่ยังมีความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าแบบสั่งสร้างตามความต้องการของลูกค้า(บิ๊ว ทู สูท ) รวมถึงโรงงาน แต่อาจมีปัญหาเรื่องการทำ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีไอเอกับเอชไอเอ) บ้าง ที่ทำให้ได้ที่ดินในนิคมฯ ล่าช้าไป
ด้านเงินลงทุนในปีหน้าจะมาจากการระดมทุนจากการขายสินทรัพย์เพื่อขยายกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน อินดัสเทรียล โกรท (TGROWTH) จากปัจจุบันที่มีขนาดกองทุน 5,550 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกปีหน้าจะขายสิทธิการเช่าโรงงานอีก 2 แห่ง มูลค่า 460 ล้านบาท และในไตรมาส 3 ปีหน้า มีแผนที่จะแปลงสภาพกองทุนเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีทส์) พร้อมขยายกองทุนโดยนำสินทรัพย์ขายเข้ากองทุนอีกมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาทโดยสินทรัพย์ที่จะขายยังอยู่ระหว่างพิจารณา ซึ่งส่งผลให้กองทุนจะมีขนาดเพิ่มเป็นประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ในปีหน้าวางเป้าหมายจะรักษาการเติบโตของกำไรไว้ที่ประมาณ 25-30% จากปีนี้ที่กำไรมีการเติบโตได้มากกว่า 30% เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากแผนการเพิ่มพื้นที่ใหม่ทั้งโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าตามแผนที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม จะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากแผนการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนเพิ่มและยังมีการปรับขึ้นอัตราค่าเช่าอีกประมาณ 510% ขณะที่พื้นที่ให้เช่ารวมปัจจุบันในส่วนของบริษัทยังมีอัตราเช่าอยู่ในระดับประมาณ75-80% และของกองทุนอยู่ที่ 98% โดยปัจจุบันพื้นที่เช่าของโรงงานและคลังสินค้าของทั้งบริษัทและกองทุนมีพื้นที่รวม 1.7 ล้าน ตร.ม.







