
โลว์คอสต์แอร์หนุนตลาดเดินทางคึกคัก
ทิศทางธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำในไทยมีแนวโน้มคึกคักขึ้นมากในปี 2557
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ทิศทางธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ในไทยมีแนวโน้มคึกคักขึ้นมากในปี 2557 เพราะนอกจากจะมีสายการบินหน้าใหม่ๆ เข้ามาขยายฐานลูกค้าในตลาดนี้ให้กว้างขึ้นแล้ว บรรดาผู้ประกอบการรายเดิมที่เป็นเจ้าใหญ่ในตลาด ต่างก็เตรียมกลเม็ดเด็ดขยายฐานการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ระยะกลางเอาไว้ เริ่มที่ไทยแอร์เอเชีย ที่เปิดตัวมาพักใหญ่แล้วว่า ทำไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สำหรับบินระยะไม่เกิน 8 ชั่วโมง และล่าสุดนกแอร์ ก็ไม่น้อยหน้า เพิ่งประกาศจะทำนกสกู๊ต บินระยะกลางเช่นกัน ซึ่งทำให้ตลาดการเดินทางคึกคักขึ้นแน่นอน ทั้งฝั่งคนไทยไปต่างประเทศ และคนต่างประเทศมาไทย
พาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ เปิดเผยว่า นกแอร์ได้ร่วมมือกับสายการบินสกู๊ต ของสิงคโปร์ ลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น(เอ็มโอยู) จัดตั้งสายการบินนกสกู๊ต ขึ้นมาเพื่อเป็นสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ บินระยะกลางและระยะไกลในเส้นทางบินต่างประเทศด้วยเครื่องบินแบบลำตัวกว้าง โดยใช้ท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นฐานการบินหลัก นกแอร์จะถือหุ้นไม่เกิน 51% ส่วนสกู๊ต ถือหุ้น 49% เงินลงทุนร่วมกันไม่เกิน 2,000 ล้านบาท
“การมีสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์เปิดตลาดมากขึ้น ทั้งตลาดในประเทศ ในภูมิภาค และตลาดระยะกลาง จะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ตลาดการบินเติบโตขึ้น เชื่อว่า จะทำระดับราคาออกมาไม่แพงเกินไป และแข่งขันได้ในตลาด โดยนกสกู๊ตจะบินในเส้นทางบินรัศมี 6 ชั่วโมง เช่น ญี่ปุ่น จีน รวมถึงประเทศอื่นในเอเชีย ถือเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพที่มองไว้ โดยหลังจากนี้นกแอร์และสกู๊ตจะร่วมกันศึกษารายละเอียดการทำนกสกู๊ต ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลา 6 เดือนจึงจะสรุปได้ถึงแนวทางการดำเนินงาน คาดว่านกสกู๊ต จะเริ่มดำเนินการได้อย่างเร็วที่สุดคือครึ่งหลังของปี 2557 ถือเป็นสายการบินที่มีแนวทางการบินเป็นคู่แข่งโดยตรงกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ แต่มั่นใจว่าแข่งขันได้ เพราะทั้งนกแอร์ และสกู๊ต มีความแข็งแกร่งทางธุรกิจทั้งคู่ ” พาที กล่าว
สำหรับสาเหตุที่นกแอร์เลือกจับมือกับสกู๊ต เนื่องจากมีแนวคิดในการดำเนินงานที่คล้ายคลึงกัน มีความต้องการขยายการบินสอดคล้องกัน โดยมองว่า ตลาดการบินระยะกลางเป็นตลาดที่มีความต้องการบินสูงมากอยู่แล้ว ทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการมาไทย และคนไทยที่ต้องการไปเที่ยวต่างประเทศ หากมีสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ที่เปิดบินระยะกลาง น่าจะเจาะตลาดได้ทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมที่เคยใช้บริการสายการบินที่มีบริการเต็มรูปแบบ แล้วต้องการเปลี่ยนมาบินราคารประหยัดลง และกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยบินไปเส้นทางระยะกลาง แต่มีโอกาสมากขึ้นเมื่อมีสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ให้บริการเส้นทางนี้
โชติช่วง ศูรางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ แสดงความคิดเห็นว่า การมีไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ และนกสกู๊ต ทำให้ต้นทุนการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศต่ำลงแน่นอน เช่นเส้นทางญี่ปุ่น เดิมแพ็กเกจทัวร์ราคาหลัก 5 หมื่นบาท แต่ปัจจุบันก็มีทัวร์ราคาเริ่มต้นที่ 3 หมื่นบาทเท่านั้น ถ้ามีโลว์คอสต์แอร์ไลน์เปิดบริการเส้นทางนี้อีก ราคาก็อาจจะลงมาได้อีก โดยคาดว่าจะมีส่วนกระตุ้นให้ยอดคนไทยเที่ยวญี่ปุ่นปีหน้า เติบโตได้ 30% จากปีนี้
สำหรับหนุ่มสาวทัวร์ คงต้องขอเวลาศึกษาประสิทธิภาพการให้บริการของโลว์คอสต์แอร์ไลน์เส้นทางต่างประเทศก่อน เพราะกังวลกับปัญหาการเลื่อนเวลาเดินทาง ทำให้ไม่ถึงจุดหมายตามกำหนดเวลาที่วางไว้ และอาจกระทบกับโปรแกรมการเดินทางที่เตรียมได้ ส่วนบริษัททัวร์รายอื่นที่ตัดสินใจใช้บริการโลว์คอสต์แอร์ไลน์ อาจไม่กังวลเรื่องการถึงจุดหมายตรงตามกำหนดเวลานัก เพราะเชื่อว่า หากมีต้นทุนตั๋วเครื่องบินถูกลง ทำราคาขายได้ต่ำก็จูงใจลูกค้าได้ดีกว่า
ทั้งนี้บริษัททัวร์ที่เคยเลือกใช้บริการเช่าเหมาลำ(ชาเตอร์ไฟล์ท) จากสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ อาจจะเปลี่ยนมาทำชาเตอร์ไฟล์ทกับโลว์คอสต์แอร์ไลน์ที่มีใบอนุญาตบินในเส้นทางนั้นๆ แทน เพราะจะได้ต้นทุนที่ถูกลงเช่นกัน โดยถ้านำเครื่องบินของโลว์คอสต์แอร์ไลน์ไปทำชาเตอร์ไฟล์ท แทนสายการบินบริการเต็มรูปแบบ จำนวนที่นั่งสำหรับขายจะน้อยกว่า เพราะโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ใช้เครื่องบินที่มีที่นั่งน้อยกว่า ความเสี่ยงในการขายของบริษัททัวร์ก็จะลดลง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าค่าตั๋วโดยสารคงต่ำกว่าสายการบินให้บริการเต็มรูปแบบได้แค่ 15% ยกเว้นในช่วงเปิดตัวเส้นทางที่อาจจะทำโปรโมชั่นหวือหวา
ถือเป็นข่าวดีส่งท้ายปีสำหรับคนไทยที่ต้องการไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะจะมีโอกาสเดินทางไปได้ราคาถูกลง และคงเป็นข่าวดีของการท่องเที่ยวไทยเพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติก็มีทางเลือกมาไทยมากขึ้นเช่นกัน







