posttoday
ลูกหนี้คอตกแบงก์ชักร่มกลับ

ลูกหนี้คอตกแบงก์ชักร่มกลับ

18 ธันวาคม 2556

เหตุการณ์ “ชักร่มกลับ” ของธนาคารเจ้าหนี้ทั้งหลายที่ปฏิบัติต่อลูกหนี้เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

เหตุการณ์ “ชักร่มกลับ” ของธนาคารเจ้าหนี้ทั้งหลายที่ปฏิบัติต่อลูกหนี้เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ กำลังเริ่มจะกลับมาอีกครั้ง เมื่อเศรษฐกิจไทยกำลังตกลงไปในหลุมดำ เครื่องยนต์ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจดับสนิททุกตัว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทั้งของภาครัฐและเอกชน การบริโภค การส่งออก แถมปัญหาการเมืองยังรุนแรงยิ่งซ้ำเติมให้เศรษฐกิจแย่ยิ่งขึ้นไปอีก

เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ธนาคารเจ้าหนี้ทุกรายจะระมัดระวังตัว เพราะสิ่งที่จะตามมาคือ หนี้เสีย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจในงบดุลของธนาคาร วิธีการแก้ไม่ให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่ม ก็คือการรีบเข้าไปดูแลลูกหนี้ก่อนที่จะมีปัญหา

นั่นสำหรับลูกค้าเก่า แต่ถ้าเป็นลูกค้าใหม่จะมาขอสินเชื่อ ก็จะไม่ง่ายเหมือนช่วงเศรษฐกิจปกติ

สยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อต้องดูคุณภาพมากขึ้น เน้นสินเชื่อหมุนเวียนพร้อมควบคุมการใช้เงินลูกค้า เพื่อให้สินเชื่อที่ปล่อยไปมีคุณภาพ โดยกลุ่มเป้าหมายยังเน้นอุตสาหกรรมที่ยังเติบโตได้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

การเข้มงวดต่อการให้กู้ใหม่กับลูกค้านั้น มีทั้งกับลูกค้าบุคคล และลูกค้าที่ทำธุรกิจ ลูกค้าบุคคลส่วนใหญ่จะขอสินเชื่อบ้าน ลีสซิ่งซื้อรถยนต์ และสินเชื่อเงินสด ส่วนลูกค้าที่ทำธุรกิจมักจะขอวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน ไม่มีใครขยายกำลังการผลิตในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา นอกจากจะขายดีสวนกระแสจริงๆ

สำหรับลูกค้าบุคคลที่จะขอเงินกู้ซื้อบ้านนั้น พิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในปีนี้มีลูกค้าใหม่จำนวนหนึ่งที่เข้ามาขอสินเชื่อบ้านกับธนาคาร มีพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ต้องจับตา โดยมีประวัติการชำระหนี้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาที่ไม่ตรงตามกำหนด หรือชำระล่าช้าในบางเดือน ลูกค้ากลุ่มนี้คิด เป็นสัดส่วน 15-20% ซึ่งตามค่าสถิติของธนาคารพบว่ากลุ่มนี้มีโอกาสที่จะกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ได้มากในอนาคต

“ธนาคารจะระมัดระวังลูกค้ากลุ่มสีเทา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการชำระล่าช้า หรือค้างชำระในบางเดือนเป็นพิเศษ เมื่อมีลูกค้ากลุ่มนี้เข้ามาจะเจรจาให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจกู้ซื้อบ้านออกไปก่อน รวมถึงเจรจากับผู้ประกอบการไม่ให้ลูกค้ากลุ่มนี้จองซื้อบ้าน จนกว่าจะแสดงให้เห็นว่าแข็งแรงพอ หรือเข้าโปรแกรมซ้อมผ่อนดูก่อน”

นอกจากจะดูความสามารถในการชำระหนี้แล้ว ธนาคารยังตรวจข้อมูลเครดิตของลูกค้ากับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ละเอียดยิบ หากมีประวัติการชำระหนี้ไม่ตรงเวลา แต่ภายหลังชำระได้ครบแล้ว หรือกดสินเชื่อเงินสดออกมาใช้มาก และทำงานในอาชีพที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ธนาคารสามารถใช้ข้อมูลนี้อ้างในการปฏิเสธการให้สินเชื่อได้เลย โดยที่ลูกค้าบางรายอาจจะงงว่าทำไมถึงถูกปฏิเสธการให้เงินกู้

สำหรับลูกค้าที่ทำธุรกิจนั้น การจะให้สินเชื่อจะเน้นให้ลูกค้าเข้ามาเดินบัญชีกับธนาคาร โดยเฉพาะลูกค้าที่มีการซื้อสินค้าขายสินค้าที่เป็นเงินสด รวมถึงมี Product Program สำหรับลูกค้าที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่ายมากขึ้น และมุ่งขยายฐานลูกค้าไปสู่คู่ค้าของลูกค้า โดยส่งเสริมให้เข้ามาเดินบัญชีเช่นเดียวกัน ขณะที่ลูกค้าเก่าจะให้พนักงานลูกค้าสัมพันธ์เข้าเยี่ยมลูกค้า เพื่อพิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้เหมาะสมกับการขยายตัวธุรกิจ

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2557 ของธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ จะคงอยู่ในโหมดติดตามลูกค้าเก่าอย่างใกล้ชิด ส่วนลูกค้าใหม่ก็คงต้องพิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้รอบคอบมากขึ้น เพื่อให้สินเชื่อเติบโตอย่างมีคุณภาพตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างตรงจุด โดยเน้นให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ติดตามภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการช่วยลูกค้าประหยัดต้นทุนการดำเนินงาน โดยเอาเรื่องของธุรกรรมการเงินเข้ามาช่วยเหลือลูกค้าต่อเนื่อง

ฉะนั้น คนที่คิดจะกู้เงินซื้อบ้าน ลงทุน หรือใช้จ่ายอะไร จะต้องประมาณตัวให้พอดี เพราะการก่อหนี้ในระบบจะไม่ง่ายเหมือนในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา คนที่ยังพอที่จะเหลือเครดิตอยู่ ก็จะต้องรักษาเครดิตให้ดี ส่วนคนที่ขอวงเงินกู้หมุนเวียนเพิ่มไม่ได้ ก็จะหันไปใช้สินเชื่อเงินสดก่อนเป็นอันดับแรก

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขยอดสินเชื่อคงค้างธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล เดือน ต.ค. 2556 พบว่ายังมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงต่อเนื่อง โดยมียอดการกดเงินสดล่วงหน้าในช่วง 10 เดือนแรกทั้งระบบอยู่ที่ 14,628.60 ล้านบาท แบ่งเป็นของธนาคารพาณิชย์ 9,972.08 ล้านบาท เป็นของผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) 4,656.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 146.276% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มียอดกดเงินสดทั้งระบบจำนวน 13,812.20 ล้านบาท

ชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า หากดูตัวเลขจากการกดเงินสดล่วงหน้านั้น พบว่าเป็นกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนหนึ่งมาจากเงินสดตึงตัวจากหนี้สินผูกพันเพิ่มขึ้นทำให้ต้องการเงินสดไปหมุนเวียนในการชำระหนี้หรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น บวกการชะลอตัวของเศรษฐกิจทำให้รายได้รับไม่เพียงพอต่อรายจ่ายที่สูงขึ้นตามราคาสินค้าที่แพงขึ้น เหล่านี้เป็นปัจจัยให้ประชาชนต้องยืมเงินในอนาคตมาใช้ล่วงหน้าก่อน

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เผยแพร่รายงาน “แนวโน้มระบบธนาคารของไทย” ได้เตือนเรื่องหนี้ภาคครัวเรือน ที่เพิ่มสู่ระดับ 79% ของจีดีพี ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2556 เทียบจากระดับ 64% ในไตรมาสแรกของปี 2554 โดยระบุว่าหนี้ภาคครัวเรือนของไทยส่วนใหญ่เป็นการปล่อยกู้โดยสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งในไตรมาส 2 ของปี 2556 ภาคธนาคารได้ปล่อยกู้ให้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และหนี้ภาคครัวเรือนอื่นๆ มีสัดส่วนรวมเท่ากับ 35% ของการปล่อยสินเชื่อทั้งหมด ซึ่งเป็นการเพิ่มจาก 30% ในปี 2552

ดังนั้น หากหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง การขอกู้สินเชื่อบุคคลก็ไม่ง่าย และหากยอดการบริโภคของประชาชนไม่เพิ่ม การขอสินเชื่อเพื่อขยายโรงงานก็ไม่รู้จะขยายไปทำไม

การระมัดระวังตัวของธนาคารพาณิชย์ที่จะให้กู้กับลูกค้า ล้วนมาจากความกลัวว่าเอ็นพีแอลจะเพิ่มขึ้น ธปท.เปิดเผยข้อมูลยอดคงค้างเอ็นพีแอลทั้งระบบจำแนกตามประเภทธุรกิจ ไตรมาส 3 ของปี 2556 พบว่า ในระบบมียอดคงค้างเอ็นพีแอลทั้งสิ้น 266,000 ล้านบาท คิดเป็น 2.22% ของสินเชื่อรวม เทียบกับไตรมาสก่อนที่มียอดคงค้างเอ็นพีแอล 264,000 ล้านบาท คิดเป็น 2.2% ของสินเชื่อรวม ทำให้ในระบบมียอดเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น 2,431 ล้านบาท เมื่อเทียบไตรมาส 3 เทียบกับไตรมาส 2 ของปี 2556 ส่วนใหญ่ภาคธุรกิจมีปริมาณเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนเอ็นพีแอลไม่เปลี่ยนมากนัก เนื่องจากฐานสินเชื่อขยายตัว

ตัวเลขของเอ็นพีแอลก็ชี้ชัดว่าความกลัวของธนาคารไม่เกินเลยจากความเป็นจริง ทว่า สาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า หลังจากนี้ไปมีแนวโน้มว่าสินเชื่อโดยรวมจะขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนัก ปัจจุบันการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยเริ่มลดลงมาแล้ว ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ต้องใช้หลักประกันเช่นเดียวกับสินเชื่อรายใหญ่แม้จะชะลอลงบ้าง เพราะหลายบริษัทหันไปออกหุ้นกู้แทนการกู้ยืมเงินจากธนาคาร

การเข้มงวดให้สินเชื่อของธนาคาร เกิดมาจากประสบการณ์เลวร้ายในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง แม้ ธปท.ไม่ได้สั่งให้มีการเพิ่มสำรอง แต่ทุกแบงก์ก็เพิ่มสำรองหนี้เสียสูงเกินกว่าที่ ธปท.กำหนด

นี่เป็นเรื่องดีสำหรับระบบการเงินไทยที่แข็งแรง แต่สำหรับลูกค้ามันคือสัญญาณเงินฝืดนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69