
โครงการน้ำเลื่อนทำแผนลดเบี้ยภัยพิบัติชะงัก
คปภ.เผยแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านเลื่อน ทำให้แผนลดเบี้ยภัยพิบัติค้างเติ่ง
คปภ.เผยแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านเลื่อน ทำให้แผนลดเบี้ยภัยพิบัติค้างเติ่ง
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เปิดเผยว่า จากการที่งบในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท มีการชะลอตัวออกไป อันเนื่องมาจากปัญหาการเมืองและการยุบสภา ส่งผลให้ในปีหน้ากองทุนประกันภัยพิบัติจะยังคงมีหน้าที่ผลักดันให้ กลไกของเบี้ยประกันวินาศภัยปรับตัวลดลงสู่ภาวะปกติเหมือนตอนก่อนเกิดอุทกภัยในปี 2554
ทั้งนี้ แนวทางที่ใช้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วนคือ หนึ่งแนวทางที่คปภ.สามารถดำเนินการได้ทันที สอง แนวทางที่จะต้องมีการผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งทางคปภ.มีความคิดที่จะปรับลดอัตราเบี้ยประกันภัยลงจากเดิม แต่เป็นแนวทางที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากครม.ทำให้ยังไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ โดยหลังจากนี้อาจจำเป็นจะต้องใช้แนวทางแรกที่คปภ.สามารถดำเนินการได้เองก่อน
อย่างไรก็ตาม คปภ.คาดการณ์ว่าแนวโน้มของการทำประกันภัยน้ำท่วมอาจปรับตัวลดลง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาประชาชนให้ความสำคัญในการทำประกันภัยหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นจำนวนมากกว่าปกติ และเป็นธรรมชาติหลังจากไม่เกิดเหตุการณ์มาประมาณ 2 ปีจะส่งผลให้ประชาชนให้ความสนใจลดลง อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่ผ่านมาบทบาทของกองทุนภัยพิบัติถือว่าประสบความสำเร็จ ซึ่งมีหลายประเทศให้ความสนใจเข้ามาดูงานของไทย ซึ่งหลังจากนี้ถึงแม้อัตราเบี้ยประกันภัยจะลดลง และกลับเข้าสู่ภาวะการแข่งขันปกติแล้ว เชื่อว่ากองทุนภัยพิบัติจะยังคงอยู่ แต่อาจมีการปรับบทบาทไปดูแลในรูปแบบอื่นแทน
นายประเวช กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจประกันภัยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโต 5-8% และเมื่อมาเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ธุรกิจประกัยมีอัตราการเติบโตที่ 5.4% หรือมีมูลค่ามากกว่า 6 แสนล้านบาท คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2556 จะมีอัตราการเติบโตเป็นไปตามเป้าที่ 16% อย่างไรก็ตามในปี 2557 คปภ. คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันภัยจะสามารถเติบโต 12-13% และถ้าเปรียบเทียบกับจีดีพี จะมีอัตราการเติบโตที่ประมาณ 6%







