posttoday
ดอกเบี้ยนโยบายสินเชื่อและเศรษฐกิจ

ดอกเบี้ยนโยบายสินเชื่อและเศรษฐกิจ

16 ธันวาคม 2556

ดิฉันเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านในนี้คงไม่มีใครที่ชีวิตประจำวันในยุคนี้ไม่เกี่ยวข้องกับธนาคาร

ดิฉันเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านในนี้คงไม่มีใครที่ชีวิตประจำวันในยุคนี้ไม่เกี่ยวข้องกับธนาคาร

การใช้ชีวิตในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ทุกๆ คนล้วนต้องเกี่ยวข้องกับระบบธนาคารทั้งนั้นค่ะ ในฐานะที่ธนาคารทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นแหล่งลงทุนของเราในฐานที่ฝากเงิน และเป็นแหล่งเงินทุนของเราในฐานะผู้ให้กู้ค่ะ

ดังนั้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องกระทบกับชีวิตทางการเงินของท่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ “ดอกเบี้ย”

วันนี้ดิฉันจะมาพูดคุยเรื่องดอกเบี้ยกับท่านผู้อ่านโดยหยิบยกแง่มุมที่เหมือนจะไกลแต่ใกล้ตัวทุกท่าน นั่นคือ “ดอกเบี้ยนโยบาย” มาแลกเปลี่ยนกันค่ะ

คุณผู้อ่านที่เป็นนักลงทุนมืออาชีพคงจะรู้จักกับดอกเบี้ยนโยบายเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ หากเราพูดถึงความสำคัญของดอกเบี้ยนโยบายนั้น ก็เพราะว่ามันเป็นต้นทุนทางการเงินที่ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ รวมถึงแบงก์ชาติของเราคิดกับธนาคารพาณิชย์เวลามีการขอกู้เงินจากธนาคารกลาง

การปรับดอกเบี้ยนโยบายแต่ละครั้งจะมีผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ปริมาณของสภาพคล่องในระบบธนาคารและตลาดเงิน ซึ่งตรงนี้จะกระทบต่อธุรกรรมระยะสั้นเป็นหลักค่ะ ทั้งในแง่ของการบริหารสภาพคล่องในแต่ละวัน และมีผลต่อการปรับพอร์ตสินทรัพย์การลงทุนของธนาคารด้วยค่ะ

แต่เนื่องด้วยดอกเบี้ยนโยบายมีผลโดยตรงต่อธนาคารพาณิชย์และระบบเศรษฐกิจของบ้านเราเองก็พึ่งพากลไกของระบบธนาคารค่อนข้างมากในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ

ดังนั้นแล้ว การปรับดอกเบี้ยนโยบายในแต่ละครั้งของแบงก์ชาติจึงย่อมมีผลกระทบส่งไปทั่วระบบเศรษฐกิจโดยรวมผ่านการปรับเปลี่ยนของต้นทุนทางการเงินในรูปของเงินกู้ค่ะ

แต่ในทางปฏิบัตินั้น การปรับดอกเบี้ยของแบงก์ชาติจะส่งผลกระทบไปถึงตลาดเงินและการลงเก็งกำไรระยะสั้นในตลาดทุนก่อนค่ะ เพราะธรรมชาติของดอกเบี้ยนโยบายนั้นเป็นดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่แล้วค่ะ

แต่ว่าสิ่งที่กำหนดต้นทุนทางการเงินในการลงทุนหรือการบริโภคนั้นเป็นต้นทุนระยะยาวค่ะ

ทั้งนี้ ถ้าเรามาเปรียบเทียบการปรับดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี หรือ MLR เฉลี่ย 5 แบงก์ใหญ่ (กรุงเทพ, กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงไทย และกรุงศรีอยุธยา) แล้วเราจะเห็นภาพนี้ชัดขึ้น

โดยในปีนี้แบงก์ชาติปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% จาก 2.75% จนตอนนี้เหลือ 2.25%

ขณะที่ภาพรวมของดอกเบี้ย MLR เฉลี่ยทั้งปีนี้นั้นแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยค่ะ โดยเกือบตลอดทั้งปี 2556 ดอกเบี้ย MLR เฉลี่ย 5 แบงก์ใหญ่อยู่ที่ 7.075% และเพิ่งปรับตัวลงมาที่ 6.9% ลดลงจากเดิม 0.175% ในเดือน ธ.ค.นี้เองค่ะ

ตรงนี้คุณผู้อ่านจะเห็นว่าการที่นโยบายการเงินจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเป็นวงกว้างได้นั้น จะมีเรื่องของระยะเวลาและขนาดของการปรับดอกเบี้ยนโยบายมาเกี่ยวข้องด้วยค่ะ

ทั้งนี้ ก็เพราะระบบธนาคารพาณิชย์และระบบเศรษฐกิจต้องอาศัยเวลาในการตีความสัญญาณที่แบงก์ชาติส่งออกมาและทำการปรับตัวในด้านของแผนการปล่อยสินเชื่อและการลงทุนในอนาคต

เมื่อเกิดการปรับตัวเช่นนี้ในภาคธุรกิจ ก็จะส่งผลกระทบลงมาถึงระดับคนเดินถนนอย่างเราที่ต้องฝากและกู้เงินกับธนาคารและแผนการเงินของเราในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน