posttoday
ของขวัญปีใหม่ยอดร่วงการเมืองพ่นพิษฉุดกำลังซื้อ

ของขวัญปีใหม่ยอดร่วงการเมืองพ่นพิษฉุดกำลังซื้อ

16 ธันวาคม 2556

บรรยากาศการเมืองที่ยังไม่นิ่ง และมีแนวโน้มว่าจะร้อนระอุขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ฉุดอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลแห่งการมอบของขวัญให้ซบเซาลงถนัดตา ธุรกิจของขวัญและของชำร่วย งานมหกรรมไทยแลนด์ เบสท์บาย กิ๊ฟช็อป ย่านสำเพ็ง และกระทั่งกระเช้าดอกไม้ ล้วนได้รับพิษจากการเมืองและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

บรรยากาศการเมืองที่ยังไม่นิ่ง และมีแนวโน้มว่าจะร้อนระอุขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ฉุดอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลแห่งการมอบของขวัญให้ซบเซาลงถนัดตา ธุรกิจของขวัญและของชำร่วย งานมหกรรมไทยแลนด์ เบสท์บาย กิ๊ฟช็อป ย่านสำเพ็ง และกระทั่งกระเช้าดอกไม้ ล้วนได้รับพิษจากการเมืองและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ศิริชัย เลิศศิริมิตร นายกสมาคมของขวัญ ของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดของขวัญและของชำร่วยปีนี้ คาดว่าจะเติบโตเพียง 3% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5% เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง ทำให้การซื้อสินค้าลดลง 10% เช่น เคยซื้อ 600 บาท เหลือเพียง 500 บาท ขณะที่การสั่งซื้อสินค้าเพื่อเป็นของพรีเมียมของลูกค้าองค์กรก็ลดปริมาณการสั่งซื้อ และลดมูลค่าสินค้าลงด้วย ส่วนสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ กระทบต่ออารมณ์การจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ไม่มากนัก เพราะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น

ด้าน จิรบูลย์ วิทยสิงห์ ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมของขวัญของชำร่วยและของตกแต่งบ้าน กล่าวว่า ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการเมือง จะเป็นลูกค้าองค์กรที่สั่งทำสินค้าพิเศษหรือกระเช้าของขวัญเพื่อมอบให้ลูกค้า โดยลดการซื้อลง 10-30% จากการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นแต่เชื่อว่าในปีหน้าตลาดนี้จะกลับมาเติบโต เนื่องจากธุรกิจแข่งขันสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงหันมาให้กระเช้าของขวัญสร้างความประทับใจแก่ลูกค้า ส่วนลูกค้าต่างชาติและนักท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบ โดยการค้าในเขตชายแดนเติบโต 50% โดยเฉพาะบริเวณติดกับลาว พม่า และกัมพูชา

ขณะที่แนวโน้มการมอบของขวัญหรือของชำร่วยในตลาดโลก เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลง โดยการมอบกระเช้าเพื่อเป็นของขวัญความนิยมลดลง ของขวัญปีใหม่ที่คาดว่าจะมาแรง คือ กลุ่มรักษ์โลก ได้แก่ 1.สินค้าที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติและปลอดสารเคมี 2.สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3.สินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบรีไซเคิล และ 4.สินค้าประหยัดพลังงาน

สำหรับพฤติกรรมการเลือกซื้อของขวัญของคนไทย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มวัยรุ่น จะเลือกสินค้าที่อยู่ในกระแส อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าแบรนด์เนมและนำเข้า กลุ่มวัยทำงาน จะพิจารณาสินค้าตามลักษณะการใช้ชีวิต กลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงวัย จะเลือกสินค้าที่ผู้รับสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้

เช่น อาหารของทานเล่น

ปณิธาน บำราศอรินทร์พ่าย ผู้ช่วยกรรมผู้จัดการ สายงานการจัดประชุม บริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า การชุมนุมการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ส่งผลกระทบต่ออารมณ์จับจ่ายของผู้บริโภคในงานไทยแลนด์ เบสท์บาย หรืองานมหกรรมของขวัญ ของตกแต่งบ้านเพียงเล็กน้อย หลังจากรัฐบาลประกาศยุบสภา และกระแสการชุมนุมการเมืองเริ่มซาลง โดยการจัดงานปีนี้ มีผู้ประกอบการร่วมออกบูธเพิ่ม 15-20% หรือราว 850 บูธ ซึ่งส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในศักยภาพประเทศไทย แม้ยังปัญหาการเมือง

ว่าสถานการณ์การเมืองยังไม่มีทางออก

นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังนำสินค้ามาลดราคาใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา 2080% แบ่งเป็น สินค้าของขวัญและของชำร่วย 25-30% เครื่องแต่งกาย 25-30% สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม 30% ที่เหลือเบเกอรี่ 10% ส่วนไฮไลท์ในงานมีผู้ประกอบการจากจีนร่วมออกบูธ 15 บูธเป็นครั้งแรก นำสินค้าเครื่องหนัง ถ้วยชาม และแท็บแล็ต มาจำหน่าย

สินค้าที่ผู้บริโภคจะเลือกซื้อเป็นของขวัญในงาน ได้แก่ กลุ่มสินค้าของขวัญและของชำร่วย เครื่องประดับ และเครื่องแต่งกาย ปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน 2.8 แสนคน น้อยกว่าปีที่ผ่านมามีผู้ชมงาน 3 แสนคน เงินสะพัด 400 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ถือว่าดีเมื่อเทียบกับปีที่เกิดน้ำท่วมเงินสะพัดเพียง 300 ล้านบาทเท่านั้น

เรวัต จินดาพล ผู้ก่อตั้งบริษัท มิสลิลลี่ ฟลาวเวอร์ ผู้ดำเนินธุรกิจจัดกระเช้าดอกไม้มิสลิลลี่ กล่าวว่า ปกติในช่วงไตรมาส 4 ยอดสั่งซื้อกระเช้าดอกไม้เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ จะเติบโต 10-15% แต่ปีนี้คาดว่ายอดขายจะทรงตัว หรืออยู่ในภาวะซบเซาในรอบหลายปี เนื่องจากมีปัจจัยลบเกิดขึ้นทั้งปี

“มิสลิลลี่ จัดโปรโมชั่นกระเช้าดอกไม้ช่วงคริสต์มาส ในราคา 2,000 บาท จากปกติราคา 3,000 บาท คาดว่าจะมีผู้สั่งซื้อ 20 ชุดเท่านั้น จากปกติต้องได้ 50-100 ชุด ส่วนรายได้ปีนี้เติบโตเพียง 5% ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 10%” เรวัต กล่าว

จากการสำรวจธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกย่านสำเพ็ง กิฟต์ช็อป หรือสินค้าที่ซื้อเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ค่อนข้างซบเซา จากปกติในช่วงเดือน พ.ย.นี้ พ่อค้าแม่ค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จะเริ่มสั่งซื้อสินค้าจากย่านสำเพ็งไปขายปลีก เพื่อรองรับกับเทศกาลปีใหม่ แต่ขณะนี้กลับมียอดสั่งไม่ถึง 50% จากปกติ 80-90% ย่านสำเพ็งนับว่าเป็นย่านการค้าส่งและปลีกของขวัญต่างๆ นานาชนิดมากมาย มีทั้งตุ๊กตา กระเป๋า นาฬิกา แต่การชุมนุมการเมือง รวมถึงเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ตลาดกิ๊ฟช็อปในย่านสำเพ็งซบเซา เพราะพ่อค้าและแม่ค้าปลีกที่สั่งของมีความกังวลทำให้สต๊อกของในปริมาณที่น้อยลง

ขณะเดียวกันยังพบว่า กลุ่มลูกค้าองค์กรที่สั่งซื้อของปีใหม่ เพื่อแจกพนักงาน ปีนี้ลดมูลค่าของสินค้าลง จากปกติซื้อสินค้าราคา 50-100 บาท เหลือเพียง 5-10 บาทเท่านั้น ส่วนกลุ่มนักเรียนนักศึกษาก็ซื้อสินค้าลดลงโดยเฉลี่ย 200 กว่าบาท ตามกำลังการซื้อของพ่อแม่ที่ลดลง

เทศกาลแห่งการให้ของขวัญเพื่อต้อนรับกับปีม้า ดูเหมือนจะไม่คึกคักเท่าที่ควร แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า ผู้ประกอบการในตลาดของขวัญและของชำร่วย จะปรับตัวอย่างไรเพื่อพยุงธุรกิจของตัวเองให้อยู่รอดเพราะปีหน้ายังต้องเผชิญกับความท้าทายอีกมาก

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69