
อีซี่มันนี่มั่นใจธุรกิจโรงตึ๊งบูมเศรษฐกิจยํ่าแย่คนเฮโลจำนํา
อีซี่ มันนี่ ตีปีก ปีหน้ามั่นใจธุรกิจรับจำนำโต 30-40% ตุนเงิน 2,000-3,000 ล้านบาท
อีซี่ มันนี่ ตีปีก ปีหน้ามั่นใจธุรกิจรับจำนำโต 30-40% ตุนเงิน 2,000-3,000 ล้านบาท
นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ กรรมการผู้จัดการบริษัท ตั้งธนสิน ผู้บริหารโรงรับจำจำอีซี่ มันนี่ เปิดเผยว่า ในปี 2557 ตั้งเป้าหมายธุรกิจการรับจำนำจะโต 3040% ซึ่งบริษัทได้เตรียมเงินสำรองประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการให้บริการรับจำนำ พร้อมทั้งในไตรมาสแรกของปี 2557 จะขยายสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง ที่ จ.อุดรธานี เพื่อรองรับธุรกิจในภูมิภาคแถบนั้นที่มีอัตราการขยายตัวสูงจากการเปิดเออีซี
ปัจจัยสำคัญที่เชื่อว่าธุรกิจการรับจำนำทองจะดีนั้น จะขึ้นอยู่กับทิศทางราคาทองคำ เนื่องจากพอร์ตการรับจำนำเกินกว่า 90% จะเป็นทองคำและเพชร โดยปีหน้าคาดว่าราคาทองจะทรงตัว ไม่ผันผวนเหมือนปีนี้ที่ราคาทองผันผวนจากระดับสูงสุดเกือบ 3 หมื่นบาท และตกมาอยู่ที่บาทละ 1.8-1.9 หมื่นบาท แต่ในปี 2557 คาดว่าแนวโน้มราคาทองคำจะทรงตัวและไม่ผันผวนมาก โดยราคาทองคำน่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 1.9 หมื่นบาท
“ธุรกิจการรับจำนำจะได้ผลดีทั้งภาวะเศรษฐกิจดีและไม่ดี โดยหากเศรษฐกิจดีจะมีกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการนำสินทรัพย์มาจำนำเพื่อที่จะนำเงินทุนไปขยายธุรกิจ ในขณะเดียวกันหากเศรษฐกิจไม่ดีจะมีกลุ่มลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องการใช้เงินนำสินทรัพย์มาจำนำเช่นกัน อีกทั้งแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยลดลงทำให้มีผลดีกับธุรกิจโรงรับจำนำที่จะมีต้นทุนการเงินต่ำลง” นายสิทธิวิชญ์ กล่าว
ขณะเดียวกันก็เริ่มที่ผู้ประกอบธุรกิจรายย่อยหันมาใช้บริการรับจำนำเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนมาทำธุรกิจ โดยบางรายนำสินทรัพย์หลายชิ้นมาหมุนเวียนเพื่อรับจำนำสูงถึง 57 แสนบาท ประกอบกับมีธนาคารแห่งหนึ่งได้ยกเลิกนโยบายการให้สินเชื่อโดยใช้ทองคำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีหันมาใช้บริการโรงรับจำนำมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มการแข่งขันการรับจำนำระหว่างร้านขายทองกับโรงรับจำนำนั้น นายสิทธิวิชญ์ กล่าวว่า การรับจำนำทองของร้านขายทองนั้นเป็นลูกค้าคนละกลุ่มกับโรงรับจำนำ เนื่องจากโรงรับจำนำมีกฎหมายการควบคุมอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 1.25% ต่อเดือน และกำหนดระยะเวลาสินทรัพย์ที่ชัดเจนไม่เกิน 5 เดือน และสามารถให้ลูกค้าต่อดอกเบี้ยเพื่อขยายระยะเวลา







