
โบรกฯปลอบใจ การเมืองทำหุ้นตกไปเพียง5%
โบรกเกอร์มองวิกฤตการเมืองรอบนี้เพิ่งดึงหุ้นตกแค่ 5% มั่นใจปีหน้าดัชนีแตะ 1,600 จุด
โบรกเกอร์มองวิกฤตการเมืองรอบนี้เพิ่งดึงหุ้นตกแค่ 5% มั่นใจปีหน้าดัชนีแตะ 1,600 จุด
นายเกียรติศักดิ์ เจนวิภากุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนาส่งท้ายปี “เปิดโผหุ้นปี 57 เจาะหุ้นเด็ดรายตัว” ว่า สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่เกิดขึ้น ส่งผลให้หุ้นไทยปรับตัวลงกว่า 5% แล้ว ซึ่งเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้น 3 ครั้งใหญ่ที่ใช้เวลานาน 1 เดือนครึ่งถึง 2 เดือน ส่งผลให้หุ้นปรับตัวลงประมาณ 4-34% และใช้เวลา 1 เดือนครึ่งถึง 6 เดือน จึงจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤต อีกทั้งพบว่าปัจจัยที่ทำให้หุ้นลงส่วนใหญ่มาจากปัญหาเศรษฐกิจมากกว่าการเมืองที่นักลงทุนกังวลอยู่ในตอนนี้
“เหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 ทำให้หุ้นลง 15% ใช้เวลาเดือนครึ่งทุกอย่างจบ และหุ้นใช้เวลา 4 เดือนกลับขึ้นมายืนในระดับเดิม ขณะที่การชุมนุมของเสื้อเหลืองปี 2551 ตลาดหุ้นลดลง 34% ใช้เวลา 2 เดือนการเมืองจบ และหุ้นใช้เวลาฟื้นตัว 6 เดือน ส่วนการชุมนุมของเสื้อแดงปี 2553 หุ้นลง 5% โดยใช้เวลาเดือนกว่าเหตุการณ์จบ และหุ้นใช้เวลา 1 เดือนกว่ากลับขึ้นมายืนระดับเดิม” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ พบว่าปี 2551 ที่หุ้นลงหนัก เพราะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ไม่ได้มาจากการเมืองเป็นหลัก เช่นเดียวกับปี 2553 เริ่มเกิดปัญหาหนี้ของกลุ่มยุโรป ดังนั้นแม้สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศยังมีความไม่แน่นอน อยากแนะนำให้นักลงทุนมองข้ามปัญหาไปก่อน โดยหันมาดูปัจจัยพื้นฐานของตลาด ซึ่งตอนนี้ราคาหุ้นปรับตัวลงมามากแล้ว และในช่วงเดือน ธ.ค. จะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในกองทุนรวมหุ้น (LTF) เชื่อว่าจะหนุนให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้
นายเกียรติศักดิ์ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปี 2557 ยังมองดัชนีเป็นขาขึ้น โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 1,600 จุด โดยได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้นทั่วโลกที่จะไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบกับเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวน่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว รวมทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจของธนาคารไทยพาณิชย์ คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2556 ไว้ที่ 3.4% และในปี 2557 อยู่ที่ 4.5% โดยอาจมีการปรับเป้าหมายอีกครั้ง
สำหรับการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2557 คาดว่าขยายตัว 16% จากปี 2556 ที่คาดว่าจะเติบโต 12% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับเป้าหมายลงจากเดิม คาดว่าจะโต 17% หลังจากเศรษฐกิจชะลอตัว การบริโภคภายในประเทศลดลงโดยกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีหน้าส่วนใหญ่มาจากกลุ่มพลังงานที่ฟื้นตามเศรษฐกิจโลก ขณะที่กลุ่มธนาคารอาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยลดลง ฝ่ายวิจัยจึงได้ปรับลดการเติบโตของกลุ่มธนาคารในปีหน้าลงจาก 10% เหลือ 6%
ส่วนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะยังไม่มีการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ลง โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนมี.ค.2556 และมองว่าการปรับลดวงเงินน่าจะกระทบตลาดตราสารหนี้มากกว่าตลาดหุ้น โดยกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้แนะนำหุ้นที่ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจโลก เช่น พลังงาน อาหารและท่องเที่ยว โดยเลี่ยงหุ้นกลุ่มธนาคาร ส่วนสื่อสาร ในระยะสั้นมีต้นทุนสูงขึ้นจากการบริการ 3 จี
ด้านนายเอกภาวิน สุนทราภิชาต นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การลงทุนในช่วงนี้แนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อหุ้น ตามแนวรับ 1,310 และ 1,280 จุด ส่วนคนที่ถือหุ้นอยู่แล้วไม่แนะนำให้ขายออก ควรถือไว้ก่อน เนื่องจากแนวโน้มตลาดหุ้นมีโอกาสฟื้นตัว







