
จัดเวทีพูดคุย
การปฏิรูปการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้มีอนาคตที่ยั่งยืน จะต้องเชิญทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ไม่ว่าภาครัฐ ภาคเอกชน ตัวแทนประชาชนทุกกลุ่มทุกอาชีพ ตัวแทนมวลมหาประชาชนผู้ตื่นตัว รวมถึงตัวแทนฝ่ายรัฐบาล และพรรคการเมือง ฯลฯ มานั่งพูดคุย รับฟังซึ่งกันและกันอย่างจริงจังและกว้างขวาง
การปฏิรูปการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้มีอนาคตที่ยั่งยืน จะต้องเชิญทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ไม่ว่าภาครัฐ ภาคเอกชน ตัวแทนประชาชนทุกกลุ่มทุกอาชีพ ตัวแทนมวลมหาประชาชนผู้ตื่นตัว รวมถึงตัวแทนฝ่ายรัฐบาล และพรรคการเมือง ฯลฯ มานั่งพูดคุย รับฟังซึ่งกันและกันอย่างจริงจังและกว้างขวาง
รัฐบาลไม่ควรรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการจัดตั้งเวทีปฏิรูปเสียเองเช่นที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดำเนินการ เพราะรัฐบาลเป็นคู่พิพาทและเป็นต้นตอของปัญหาความขัดแย้งที่เป็นอยู่ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่กลุ่มผู้ชุมนุมอาจจะไม่ยอมรับ
ที่ผ่านมารัฐบาลได้นำเสนอการปฏิรูปการเมืองมาหลายครั้งหลายคราว ไม่ว่าจะเชิญนายโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ มาปาฐกถาแนวทางการปรองดอง แต่งตั้งนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูป แต่ก็ยังมองไม่เห็นแนวโน้มอะไรที่ดีขึ้น
กล่าวได้ว่าการผลักดันวาระการปฏิรูปที่ผ่านมา รัฐบาลหวังชิงไหวชิงพริบและดับกระแสร้อนทางการเมืองเท่านั้น
ดังนั้น ควรจัดหาคนกลางมาดำเนินการเวทีพูดคุยและเชิญผู้มีส่วนได้เสียแต่ละภาคส่วนเข้าร่วมให้ครอบคลุมในรูปคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทย ทำหน้าที่กำหนดหลักคิดและกระบวนการให้ตัวแทนแต่ละฝ่ายได้ละวางความต้องการของตัวเองลง แล้วร่วมกันคิดและลงมือวาดภาพอนาคตของประเทศร่วมกัน
แนวทางนี้คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จะต้องถอยเงื่อนไขตั้งแต่ต้นลงมามีส่วนร่วมผลักดันด้วย
ที่ผ่านมามีข้อเสนอดีๆ และมีรูปธรรมเป็นเค้าโครงอยู่บ้างแล้ว ทั้งข้อเสนอจากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย จากนักวิชาการ กระทั่งจาก กปปส. ฯลฯ
จากนั้นให้คณะกรรมการแห่งชาติฯ จัดทำข้อเสนอเบื้องต้นต่อทุกพรรคการเมือง เพื่อทำสัญญาประชาคมร่วมกันก่อนจะลงสนามเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557
ภายใต้ข้อผูกมัดนี้ยังต้องระบุระยะเวลาการดำเนินการปฏิรูปการเมืองให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจรัฐแต่ละส่วน การกระจายอำนาจ ฯลฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 12 ปี
จากนั้นกำหนดให้รัฐบาลขณะนั้นประกาศยุบสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งตามกติกาใหม่ เชื่อว่าแนวทางข้างต้นนี้คงพอจะเห็นทางออกของประเทศ







