
เอชทีซี-ดีแทค แท็กทีมลุยสมาร์ทโฟนรอบใหม่
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดสมาร์ทโฟน เจ้าตลาดพร้อมเตะสกัดรายใหม่เพื่อครองความเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียวอย่างชัดเจน เพราะแค่การแข่งขันระหว่างระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ ไอโอเอส และวินโดวส์โฟน ก็หนักหนาอยู่แล้ว การลดตัวเลือกให้น้อยลงจึงเป็นทางที่บางแบรนด์ต้องการให้เกิดขึ้น ทั้งที่ความเป็นจริงยิ่งมีมากทางเลือกย่อมหนุนให้ตลาดเติบโตมากขึ้น
สำหรับสมาร์ทโฟน เอชทีซี นั้น ต้องยอมรับว่า 23 ปีก่อน มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10% และมีพื้นที่ของตัวเองอยู่พอสมควรในตลาดระดับกลางบน จนกระทั่งไอโฟนเข้ามายึดหัวหาดตลาดบนและการแข่งขันในตลาดกลางเองก็บีบรัด ทำให้ตั้งแต่ปลายปี 2555 เอชทีซีค่อนข้างเงียบไปจากตลาด แม้สินค้าจะมีคุณภาพดี วัสดุอุปกรณ์และการใช้งานอยู่ในระดับพรีเมียม แต่การตอบรับกลับถดถอยลงไปอย่างน่าเสียดาย
กระทั่งปลายปีนี้ หลังจากได้หัวเรือใหม่ พลณรงค์ วัฒนโพธิธร มาทำหน้าที่ผู้จัดการประจำประเทศไทย เอชทีซี (ไทยแลนด์) พร้อมประสบการณ์ด้านการจัดจำหน่ายสินค้าโทรศัพท์มือถือ จากที่เคยทำงานอยู่บริษัท เอ็ม ลิงค์ ตัวแทนจำหน่ายของโทรศัพท์มือถือโนเกีย ซึ่งต้องยอมรับว่ามีความแข็งแกร่งอยู่พอสมควร
แม่ทัพของเอชทีซี ไทยแลนด์ คนใหม่ มองว่า ช่องทางจำหน่ายคือจุดที่ต้องเร่งปรับปรุง นั่นจึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างเอชทีซีและบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ที่ไม่ใช่เพียงความร่วมมือกับผู้ให้บริการเท่านั้น แต่เอชทีซีแต่งตั้งให้ดีแทคเป็นตัวแทนจำหน่ายหลักในไทยไปเลย
จุดเด่นของความร่วมมือครั้งนี้ คือ มีการร่วมลงทุนงบการตลาดกว่า 70 ล้านบาท ในช่วง 3 เดือนจากนี้ เป็นครั้งแรกที่เอชทีซีจะมีโฆษณาทางทีวีและสื่ออื่นๆ ครบถ้วน มีช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้นแบบชัดเจนจากดีแทคช็อปและดีแทคออนไลน์ รวมทั้งกระจายไปยังร้านค้ามือถืออื่นๆ เช่น เจมาร์ท ทีจี
“เป้าหมายส่วนตัวคือ ต้องการพลิกฟื้นแบรนด์เอชทีซีให้กลับมาสู่ตลาดและเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยยังคงตำแหน่งความเป็นสินค้าพรีเมียมระดับกลางบนเหมือนเดิม และปีหน้าจะเห็นแคมเปญออกมาแบบต่อเนื่องมากขึ้น เพราะไทยเป็น 1 ใน 2 ประเทศที่เอชทีซีโฟกัสในภูมิภาคเอเชียใต้ เนื่องจากมีการขยายตัวของสมาร์ทโฟนที่โดดเด่น” พลณรงค์ กล่าว
ขณะที่เป้าหมายในปีหน้า เอชทีซีต้องกลับมามีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนที่ 10% อีกครั้ง ซึ่งการร่วมมือกับดีแทคจะช่วยสร้างการรับรู้และทำให้เอชทีซีที่เดิมรู้จักในกลุ่มเทคโนโลยีกระจายมาสู่ผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้น
ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดของดีแทค กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ดีแทคจะทำหน้าที่ตัวแทนจำหน่ายสมาร์ทโฟนอย่างเป็นทางการ โดยจะกระจายสินค้าของเอชทีซีไปยังร้านมือถือ รวมถึงคู่แข่งอย่างเอไอเอสและทรู หากทั้งสองผู้ให้บริการต้องการจำหน่ายเอชทีซีและจำหน่ายในราคาเท่ากันทุกราย ยกเว้นขายพร้อมแพ็กเกจของดีแทคจะได้ลดราคา
“ครั้งนี้เราเปิดตัว 3 รุ่น คือ เอชทีซี วัน มินิ ซื้อพร้อมแพ็กเกจดีแทคคิดราคา 1.29 หมื่นบาท จาก 1.49 หมื่นบาท ส่วนเอชทีซี วันแม็กซ์ 2.19 หมื่นบาท จากเดิม 2.39 หมื่นบาท เอชทีซี วัน รุ่นเดิม 1.79 หมื่นบาท จากเดิม 1.99 หมื่นบาท” ปกรณ์ กล่าว
การที่ดีแทคเริ่มทำหน้าที่ตัวแทนจำหน่าย เพราะต้องการควบคุมไม่ให้ขายตัดราคาในตลาด สามารถควบคุมราคาได้ พันธมิตรผู้ค้าก็มีความสุขในการขาย ไม่ต้องกังวลว่าสินค้าที่รับไปวันนี้จะไม่โดนตัดราคาในวันรุ่งขึ้น โดยดีแทคตั้งเป้าจะเพิ่มยอดขายสมาร์ทโฟนในดีแทคช็อปและดีแทคออนไลน์อีก 10% จากปัจจุบันมียอดขาย 1 แสนเครื่องต่อเดือน และจะผลักดันให้ยอดผู้ใช้สมาร์ทโฟนของดีแทคเพิ่มเป็น 20 ล้านรายในปีหน้า จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 9 ล้านราย
จากประสบการณ์ดีแทคที่ทำตลาดไตรเน็ตโฟน พบว่าเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ร่วมมือกับผู้ให้บริการจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ได้มากขึ้น เพราะผู้บริโภคจะมั่นใจทั้งแบรนด์สินค้าและบริการที่ได้รับ ซึ่งดีแทคคือผู้ให้บริการมือถือรายแรกที่ก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายด้วยแบรนด์ดีแทคโดยตรง และจะเป็นโมเดลธุรกิจของผู้ให้บริการมือถือเพื่อดึงดูดลูกค้าในอนาคต







