posttoday
10 เทรนด์โลกชี้ทิศตลาดปีมะเมีย

10 เทรนด์โลกชี้ทิศตลาดปีมะเมีย

13 ธันวาคม 2556

ในโลกยุคดิจิตอลความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแค่พริบตาและมีเทรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย สำหรับปี 2557 ซึ่งตรงกับนักษัตรมะเมียหรือปีม้า ต้องจับตาดู 10 แนวโน้มหรือเทรนด์ของโลกที่ทรงอิทธิพลต่อการทำตลาด การสื่อสาร และการสร้างแบรนด์ ภายใต้ความท้าทาย แบรนด์ใด หรือสินค้าใด จะสร้างสรรค์แพลตฟอร์มใหม่ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

ในโลกยุคดิจิตอลความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแค่พริบตาและมีเทรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย สำหรับปี 2557 ซึ่งตรงกับนักษัตรมะเมียหรือปีม้า ต้องจับตาดู 10 แนวโน้มหรือเทรนด์ของโลกที่ทรงอิทธิพลต่อการทำตลาด การสื่อสาร และการสร้างแบรนด์ ภายใต้ความท้าทาย แบรนด์ใด หรือสินค้าใด จะสร้างสรรค์แพลตฟอร์มใหม่ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

วฤตดา วรอาคม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านนวัตกรรม แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป (ซีไอโอ) เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำการวิจัยเทรนด์ทั่วโลก ภายใต้หัวข้อ “Look Ahead 2014” โดยจะมีแนวโน้มใหญ่หรือเมก้าเทรนด์ 5 แกนหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนและทำให้เกิดเทรนด์ใหม่ๆ ทั่วโลก 10 เทรนด์

สำหรับเมก้าเทรนด์ที่ 1.เทคโนโลยีอินไซต์ (Insightful Technology) ช่วยให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตดีขึ้นหรือเปลี่ยนมุมมองคนให้ดียิ่งขึ้น 2.การสร้างความหมายใหม่ในโซเชียลมีเดีย (Social Wisdow) จากกระแสออนไลน์จะเริ่มมีค่านิยมใหม่จึงมีมาตรฐานใหม่นำมาใช้ชีวิตจริง 3.ภาคภูมิใจความเป็นคนเมือง (Urban Pride) ต้องการทำให้สังคมดีขึ้น ร่วมมือแก้ปัญหา และสร้างสรรค์ศิลปะ

และ 4.จริงใจแบบหมดเปลือก (Radical Honesty) คนต้องการให้สินค้าเปิดเผยหรือพูดความจริง ขณะที่ 5.พลังมวลชนเพื่อความดี (Purposeful Movement) จะเกิดกระแสการพูดถึงจิตวิญญาณเพื่อผู้บริโภคใช้ชีวิตได้ดีและโลกน่าอยู่ โดยสามารถแตกเป็น 10 เทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปีหน้านี้

เทรนด์แรก คือ ข้อมูลจะมีบทบาทสำคัญในโลกการตลาด ช่วยให้เจาะลึกพฤติกรรมของผู้บริโภครายบุคคล ผ่านการใช้สื่อดิจิตอลข้ามผ่านหลายจุดสัมผัส เพราะเป็นเครื่องมือช่วยคาดการณ์ความต้องการอนาคตของผู้บริโภคได้ดี เทรนด์ที่สอง นวัตกรรมของสกรีนทุกอุปกรณ์ อาทิ ทีวี โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และโซเชียลมีเดีย จะแข่งขันสร้างเนื้อหาเพื่อดึงดูดผู้ชม

ในปีหน้านี้จะเกิดสงครามหน้าจอกันขึ้น เนื้อหาแต่ละอุปกรณ์ต้องมีความแตกต่างตอบโจทย์ผู้บริโภค เช่น ดูทีวีต้องการเนื้อหาที่ผ่อนคลาย คอมพิวเตอร์ ต้องการข้อมูลและทำให้เกิดการเรียนรู้ โทรศัพท์ ต้องการแอพพลิเคชั่นเชื่อมโยงกับเพื่อนหรือสังคม และแท็บแล็ตต้องการค้นหาสิ่งใหม่ๆ

ผลจากกระแสความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภคมองหาคุณค่านอกเหนือจากเงิน จึงเกิดเทรนด์ที่สาม เงินตระกูลใหม่ในโลกดิจิตอล ผู้บริโภคจะสร้างคุณค่าขึ้นมาเอง ผ่านการแชร์ไอเดีย การใช้โซเชียลมีเดีย และแลกเปลี่ยนกันขึ้นในโลกดิจิตอล ที่ผ่านมาหลายแบรนด์เริ่มนำมาใช้ทำการตลาดมากขึ้น เพราะผู้บริโภคอยากได้ของที่คนอื่นไม่มีและเงินซื้อไม่ได้

ขณะที่เทรนด์สี่ มิติใหม่ของคำว่าเวลาจะสั้นลง ผู้บริโภคมองเวลาในมิติที่สั้นลง การรับรู้โฆษณาสั้นลง ต้องการทุกอย่างตามเวลาจริง ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการสื่อสารแบรนด์ ที่ต้องให้ความสำคัญกับลูกเล่นเรื่องเวลาให้เข้าถึง และจากความเครียดของสังคมเมือง จึงเกิดเทรนด์ที่ห้า วิถีชีวิตคนเมืองมีชีวิตจิตใจ มีน้ำใจ เป็นโอกาสที่ดีของการทำตลาดมีส่วนร่วมช่วยสังคม

วฤตดา กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีส่งผลให้เกิดเทรนด์ที่หก คือ ดิจิตอลพัฒนาจิตวิญญาณ เกิดการพัฒนาแอพพลิเคชั่นช่วยให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตได้ดีขึ้น เป็นบทบาทใหม่ของแบรนด์ในการทำหน้าที่ช่วยให้ชีวิตของคนดีขึ้น และจากการที่ผู้บริโภครับสารหลายด้านทั้งลบและบวกจึงเกิดเทรนด์ที่เจ็ด เชื่อในสิ่งที่เห็นด้วยตัวเอง

จัดว่าเป็นเทรนด์ที่มีอิทธิพล นับว่าเป็นไฮไลต์ของปีหน้า เพราะเป็นจุดเปลี่ยนการตลาดและโฆษณา สินค้าต่างๆ จะออกมาสื่อสารความจริง หรือในสิ่งที่มีความเคลือบแคลงใจ และทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกเอง และเทรนด์ที่แปด เสน่ห์แห่งความไม่สมบูรณ์แบบ กระแสผู้บริโภคจะกลับสู่ความเรียบง่าย ความไม่สมบูรณ์กลายเป็นเสน่ห์

จากปีนี้ที่ใครๆ ต่างเกาะติดกระแสเซลฟ์ฟี่หรือความลุ่มหลงตัวเอง แต่ปีหน้าจะเกิดเทรนด์ที่เก้า คือ ลดการใส่ใจตัวเองมาสู่ใส่ใจสังคม ผู้บริโภคจะหันมาใส่ใจสังคม ช่วยผู้ด้อยโอกาส และสิบ จุดยืนใหม่แบรนด์โปร่งใสแก้ปัญหาสังคม จะเป็นปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้า ผู้บริโภคมองหาแบรน์ที่ช่วยเหลือสังคมมากกว่าประโยชน์หรือภาพลักษณ์สินค้า

นอกจากนี้ ยังมีตัวเลขที่น่าสนใจ การสำรวจงบโฆษณาทั่วโลกจาก Zenith Optimedia พบว่า งบในสื่ออินเทอร์เน็ตเพิ่มเป็นอันดับสองของโลก เพิ่มจากสัดส่วน 5.6% ปี 2548 เป็น 20.5% แทนที่หนังสือพิมพ์สัดส่วน 29.1% เหลือเป็น 17% ขณะที่สื่อทีวียังเป็นอันดับหนึ่งเพิ่มจาก 36.8% เป็น 40.2% เพราะคนเริ่มดูทีวีทางออนไลน์

ด้านการสร้างเนื้อหา ปีหน้าต้องเชื่อมโยงให้เหมาะกับแต่ละอุปกรณ์ เช่น ทีวี มือถือ คอมพิวเตอร์ โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่สร้างโซลูชั่นใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ก้าวล้ำคู่แข่งรวดเร็วเข้าถึงเทรนด์ รวมทั้งยังสามารถพิชิตใจและยอดขายควบคู่กันนั่นเอง

ขณะเดียวกันในปีหน้านี้ โซเชียลมีเดีย ยังเป็นกระแสที่มาแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเฟซบุคยังได้รับความนิยมจากคนไทย เพราะตอบโจทย์การเชื่อมโยงด้านการสื่อสารและไลฟ์สไตล์ แต่คนรุ่นใหม่จะเริ่มหันไปเล่นแอพพลิเคชั่นเป็นนิชมาร์เก็ตเพิ่มขึ้น เช่น สแนปแชต

ด้านการสร้างเนื้อหาในปีหน้านี้ ต้องมีความเชื่อมโยงกับสกรีนทุกอุปกรณ์ เช่น ทีวี โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โดยมีไอคอนหรือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงแบรนด์หรือสินค้า รวมทั้งการสื่อสารจะต้องมีเนื้อหาสร้างสรรค์ และทำให้ผู้บริโภคเกิดการแชร์มากที่สุด

แนวโน้มที่เกิดขึ้นในปีหน้านี้ นักการตลาดและนักโฆษณา ต้องปรับการสื่อสารของแบรนด์ใหม่ โดยสร้างคุณค่าและความหมายไม่ใช่เป็นเพียงแค่เน้นการป่าวประกาศอย่างที่เคยชินกันในการใช้สื่อดั้งเดิม หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างโซลูชั่นใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพื่อก้าวล้ำคู่แข่งด้วยรวดเร็วในการเข้าถึงเทรนด์ รวมทั้งยังสามารถพิชิตใจและยอดขายควบคู่กันนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค