
สัญญาณอันตรายกดเงินสด-กู้เงินด่วนพุ่งพรวด
ประชาชนเข้าสู่ภาวะเงินสดขาดมือ ยอดกดเงินสดผ่านบัตรเครดิตสนั่นเดือนเดียวเพิ่มเป็น 1.46 หมื่นล้านบาท
ประชาชนเข้าสู่ภาวะเงินสดขาดมือ ยอดกดเงินสดผ่านบัตรเครดิตสนั่นเดือนเดียวเพิ่มเป็น 1.46 หมื่นล้านบาท
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานการใช้บริการสินเชื่อบัตรเครดิต งวดสิ้นเดือน ต.ค.ว่า การใช้บริการสินเชื่อขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยมีปริมาณการใช้จ่ายรวม 1.21 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,051 ล้านบาท หรือ 4.34% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายในประเทศ 9.76 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,301 ล้านบาท หรือ 0.81% การใช้จ่ายในต่างประเทศ 9,146 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,685 ล้านบาท หรือ 22.58%
ขณะที่ปริมาณการกดเงินสดล่วงหน้ามียอดทั้งสิ้น 1.46 หมื่นล้านบาท เพิ่ม ขึ้น 1,065 ล้านบาท หรือ 7.86% โดย มียอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 2.59 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 2,071 ล้านบาท
ธปท.ยังรายงานยอดสินเชื่อส่วนบุคคลว่า มีผู้กู้ทั้งสิ้น 11.51 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 2.88 แสนบัญชี มียอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 2.95 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 4,100 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศ และสาขาธนาคารต่างประเทศ
แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า ภาวะเงินขาดมือในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอจนคนต้องมากู้สินเชื่อบุคคลหรือบัตรเครดิตที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะครัวเรือนหรือผู้กู้รายย่อยไม่น่าจะก่อหนี้เพิ่มขึ้นได้มากนัก จึงต้องมีการกดเงินสดมาหมุนใช้ ที่สำคัญน่าจะเป็นการใช้เครดิตที่เหลืออยู่กู้มาใช้ในเรื่องที่จำเป็น เช่น การเปิดเทอมใหม่ ซึ่งไม่ได้น่ากังวลอะไรนัก เพราะผู้ให้กู้อย่างธนาคารพาณิชย์และนันแบงก์มีการระมัดระวังการปล่อยกู้และมีมาตรฐานการพิจารณาที่ดี
อย่างไรก็ดี ธปท.เริ่มจับตาการผิดนัดชำระหนี้ที่มีมากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะในเดือน พ.ย.ที่มีการชุมนุมทางการเมือง ทำให้ต้องติดตามดูว่าจะกระทบยอดหนี้เสียหรือไม่







