
ศก.ทรุดลูกหนี้แห่คืนเงินกู้
สินเชื่อกสิกรหด2%แถมไม่ใช้ของใหม่สั่งกวาดเอสเอ็มอีรายใหม่ชดเชยรายได้
สินเชื่อกสิกรหด2%แถมไม่ใช้ของใหม่สั่งกวาดเอสเอ็มอีรายใหม่ชดเชยรายได้
กสิกรไทยระบุพิษการเมืองเศรษฐกิจทรุด ลูกค้าแห่คืนเงินกู้โอดี ปีหน้าสั่งลุยหาลูกค้าใหม่
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจที่เติบโตต่ำกว่าที่คาดและปัญหาการเมืองในประเทศ ทำให้การเติบโตของสินเชื่อในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ลดลง ทั้งลูกค้าที่มาขอสินเชื่อใหม่ ขณะที่ลูกค้าเก่าได้ทยอยคืนวงเงินเบิกเกินบัญชี (โอดี) เพราะไม่มีแผนงานในการขยายธุรกิจเพิ่มเติมและไม่อยากมีภาระเพิ่มในช่วงเศรษฐกิจขาลง ทำให้ความต้องการใช้สินเชื่อลดลง 2% ตั้งแต่เดือน มิ.ย.
“ตั้งแต่ไตรมาส 3 ยอดการเบิกใช้สินเชื่อของลูกค้าลดลงไปแล้วราว 2% ขณะเดียวกันมีลูกค้าราว 1 ใน 4 ที่คืนเงินกู้เข้ามาแล้วไม่มีการเบิกใช้ของใหม่ ธนาคารคาดว่าสถานการณ์จะต่อเนื่องไปถึงปีหน้าเพราะเศรษฐกิจในประเทศยังชะลอตัว การเมืองยังไม่แน่นอน มีผลให้การลงทุนภาครัฐและเอกชนชะลอตัว” นายพัชร กล่าว
นอกจากการเบิกใช้สินเชื่อที่ลดลงแล้ว ธนาคารยังกังวลว่าเศรษฐกิจที่ชะลออาจส่งผลให้หนี้เสียในปีหน้าเติบโตขึ้น โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือธุรกิจที่มีการขยายการลงทุนค่อนข้างมากในปีนี้ และธุรกิจที่อ่านตลาดผิดจนมีการสต๊อกสินค้าและวัตถุดิบเอาไว้มาก เมื่อรายได้ไม่เข้ามาตามคาดก็จะหมุนเงินไม่ทัน ซึ่งจะส่งผลต่อการชำระหนี้
ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กลยุทธ์ธุรกิจเอสเอ็มอีของธนาคารในปีหน้าจะมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าใหม่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ธุรกิจที่ซื้อขายเงินสดแต่ยังไม่เดินบัญชี 2.ธุรกิจที่เดินบัญชีแล้วแต่มีหลักประกันไม่เพียงพอ และ 3.ธุรกิจที่เป็นคู่ค้ากับลูกค้าของธนาคารอยู่แล้ว เพื่อทดแทนอัตราการเบิกใช้สินเชื่อของลูกค้าเอสเอ็มอีเดิมที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ
นายพัชร กล่าวว่า โจทย์สำคัญในปีหน้าคือการหาลูกค้าใหม่มาทดแทนเพื่อรักษาการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ระดับ 911% และมีรายได้รวมอยู่ที่ 3.96 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 13% ให้ได้ตามเป้า
“ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอีที่ยังเข้าไม่ถึงเงินทุนในระบบมีสูงถึง 28% ของเอสเอ็มอีทั้งหมดโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ที่ส่วนใหญ่ยังไม่มีการเดินบัญชีและไม่มีหลักประกันเพียงพอ ทำให้ธนาคารจะมีผลิตภัณฑ์ออกมารองรับ เพื่อชักชวนให้มาเดินบัญชีหรือมีหลักประกันเพิ่มเพื่อให้เบิกใช้สินเชื่อได้มากขึ้น” นายพัชร กล่าว
สำหรับผลดำเนินงานสายงานธุรกิจเอสเอ็มอีในปีนี้ ธนาคารคาดว่าจะมียอดสินเชื่อรวม 5.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% แต่ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 5,000 ล้านบาท







