
ห่วงบี7เสกนาภาคกลางหาย
กรมพัฒนาที่ดินหวั่นนโยบาย บี 7 ดึงเกษตรกรหันปลูกปาล์ม ทำนาข้าวภาคกลางหายกว่าครึ่ง
กรมพัฒนาที่ดินหวั่นนโยบาย บี 7 ดึงเกษตรกรหันปลูกปาล์ม ทำนาข้าวภาคกลางหายกว่าครึ่ง
นายอภิชาต จงสกุล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า จากนโยบายปรับสูตรน้ำมันดีเซล โดยเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล (บี 100) จาก 5% เป็น 7% ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2557 คาดว่าจะทำให้มีความต้องการใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลให้ชาวนาในพื้นที่ภาคกลางจำนวนมากหันมาปลูกปาล์มแทน และอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณข้าวในประเทศได้ ดังนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเร่งเดินหน้านโยบายโซนนิ่งพื้นที่เกษตรเพื่อให้เกิดผลทางปฏิบัติ โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจที่อาจเป็นได้ทั้งพืชอาหารและพืชพลังงาน
ทั้งนี้ พื้นที่ภาคกลางซึ่งมีน้ำดีสามารถปลูกปาล์มได้ แต่เนื่องจากเป็นแหล่งปลูกข้าว กระทรวงเกษตรฯ จึงไม่สนับสนุนให้ปลูกปาล์ม โดยมีพื้นที่เดียวที่ประกาศว่าเหมาะสมกับการปลูกปาล์ม คือ พื้นที่สวนส้มรังสิตเก่า
“หากนโยบายน้ำมันบี 7 ทำได้จริง อาจทำให้ราคาผลปาล์มดิบเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 17% ไปอยู่ที่กว่า 6-7 บาทต่อ กก. จากปัจจุบันประมาณ 4 บาทต่อ กก. ซึ่งจะเป็นราคาที่จูงใจเกษตรกรชาวนาให้ปรับมาปลูกปาล์มได้ เพราะเป็นพืชที่อายุยืนถึง 25 ปี และไม่ต้องดูแลมากเหมือนข้าวที่แนวโน้มราคาตกต่ำ ซึ่งหากไม่มีนโยบายของรัฐ คาดว่าราคาข้าวจะอยู่ที่ประมาณ 7,000 บาทต่อตันเท่านั้น” นายอภิชาต กล่าว
ปัจจุบันพื้นที่ปลูกปาล์มทั้งประเทศประมาณ 4.5 ล้านไร่ โดยประมาณ 2 ล้านไร่อยู่ในเขตป่าไม้ มีผลผลิตประมาณ 1.1 ล้านตันน้ำมันปาล์มต่อปี







