posttoday
CPALL พบกองทุนญี่ปุ่น"การเมืองส่งผลดีต่อยอดขาย"

CPALL พบกองทุนญี่ปุ่น"การเมืองส่งผลดีต่อยอดขาย"

09 ธันวาคม 2556

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต และ บล.ไดวา ได้พาบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ที่กรุงโตเกียว ระหว่างวันที่ 28-29 พ.ย. 2556 โดยมี 8 กองทุนชั้นนำเข้าร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อพบ “สุภาวดี เตชะบูรณะ” ผู้จัดการทั่วไป ด้านนักลงทุนสัมพันธ์ เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการ 7Eleven มีสาขามากสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก CPALL จึงได้รับความสนใจอย่างมากจากกองทุนญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นมีสาขาร้านสะดวก (CVS) จำนวนมาก และครึ่งหนึ่งของกองทุนถือ CPALL และต้องการที่จะทราบถึงความคืบหน้าในเรื่องการควบรวมกับบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) รวมทั้งการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์ที่จะเกิดขึ้น

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต และ บล.ไดวา ได้พาบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ที่กรุงโตเกียว ระหว่างวันที่ 28-29 พ.ย. 2556 โดยมี 8 กองทุนชั้นนำเข้าร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อพบ “สุภาวดี เตชะบูรณะ” ผู้จัดการทั่วไป ด้านนักลงทุนสัมพันธ์ เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการ 7Eleven มีสาขามากสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก CPALL จึงได้รับความสนใจอย่างมากจากกองทุนญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นมีสาขาร้านสะดวก (CVS) จำนวนมาก และครึ่งหนึ่งของกองทุนถือ CPALL และต้องการที่จะทราบถึงความคืบหน้าในเรื่องการควบรวมกับบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) รวมทั้งการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์ที่จะเกิดขึ้น

การพบผู้จัดการกองทุนครั้งนี้ ผู้บริหารยืนยันว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศส่งผลดีต่อยอดขายของ CPALL มากกว่าผลเสีย

กลยุทธ์หลังจากการควบรวมแผนทางการเงิน และนโยบายการจ่ายเงินปันผลในปัจจุบันเร่งขยายสาขาเพื่อการเติบโตหลังการควบรวมกับ MAKRO ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2556 CPALL ได้กลายเป็นบริษัทที่มีหนี้จากเดิมที่ปลอดหนี้ แต่ยังดีที่เป็นการควบรวมระหว่าง 2 ร้านค้าปลีกที่ดีที่สุดที่ในไทย

ร้านสะดวกซื้อ 7Eleven และร้านขายส่งสินค้าเป็นเงินสดและให้ลูกค้าขนสินค้ากลับด้วยตัวเองเพียงแห่งเดียวในไทย ภายใต้แบรนด์ MAKRO เนื่องจากทั้งสองยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว และสามารถสร้างเงินสดได้สูง ด้วยมีวงจรเงินสดเป็นลบ CPALL จึงขยายตัวในเชิงรุกเพื่อกระตุ้นการเติบโต และลดหนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดย

ประการแรก การเร่งเปิดร้าน 7Eleven ราว 600 สาขาต่อปี ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป พร้อมกับการเพิ่มผลิตภัณฑ์และบริการที่ร้านมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทพร้อมรับประทาน เพื่อเพิ่มรายได้และอัตรากำไร

ประการที่สอง เพิ่มการขยายสาขาของ MAKRO จาก 7-10 สาขาต่อปี ตั้งแต่ปี 2557 จากเดิมที่จะขยาย 3-4 สาขา บริษัทตั้งเป้าลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม(อีบิตดา) ลงจากระดับเกือบ 8 เท่า ในปี 2556 เป็น 3 เท่า ภายในปี 2560

ผนึกกับ MAKRO

แทนที่จะคาดหวังถึงการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์ที่จะได้จากการควบรวม CPALL มอง MAKRO เป็นตัวสร้างมูลค่าที่ให้โอกาสในการเติบโตต่อเนื่องไปอีก ด้วยธุรกิจที่ถูกขยายไปยังธุรกิจ เงินสด ซึ่งช่วยให้รายได้เติบโตอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจค้าปลีกนั้น ปริมาณขายเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามการควบรวมจะทำให้เกิดการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์ขึ้นตั้งแต่ปี 2557 ด้วยเช่นกัน เนื่องจากทีมที่ดูแลด้านการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์กำลังดำเนินงานในด้านต่างๆ เช่น การเจรจากับผู้ผลิตและผู้จัดหาสินค้า การกระจายสินค้า การจัดหาสินค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และอื่นๆ การบริหารจัดการทางการเงิน และนโยบายการจ่ายเงินปันผล

การเข้าซื้อกิจการทำให้เกิดหนี้สินราว 5,800 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้สกุลเงินบาท มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ในช่วงปลายเดือน ต.ค. และนำเงินที่ได้นี้ไปชำระคืนเงินกู้สกุลเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนรีไฟแนนซ์ ดังนั้นหนี้สกุลเหรียญสหรัฐที่ไม่ทำการป้องกันความเสี่ยงไว้จึงลดลงเหลือ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7% ของหนี้สิน

ปัจจุบันบริษัทอยู่ในช่วงเจรจากับธนาคารเพื่อแปลงหนี้ 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเงินกู้ยืมระยะยาว และคาดว่าการรีไฟแนนซ์จะแล้วเสร็จภายไตรมาสแรกปี 2557 แม้จะมีภาระดอกเบี้ยแก่ผู้ถือหุ้น แต่บริษัทมีความมุ่งมั่นด้วยอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ระดับไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิเช่นเดิม โดยเงินปันผลสุทธิปี 2556 อยู่ที่ 0.90 บาท/หุ้น

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69