posttoday
ขายตรงปีหน้าบุกอาเซียนหนักเลี่ยงตลาดไทยแข่งดุ "รติมา" ชูแผนลุย

ขายตรงปีหน้าบุกอาเซียนหนักเลี่ยงตลาดไทยแข่งดุ "รติมา" ชูแผนลุย

06 ธันวาคม 2556

ในปีหน้าธุรกิจขายตรงตลาดอาเซียนจะทวีความร้อนแรงยิ่งขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการขายตรงไทยต่างต้องการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตนอกประเทศแทนที่จะปักธงเพียงแค่ในประเทศเท่านั้น “รมิตา เฮลธ์ แอนด์ บิวตี้” เป็นอีกหนึ่งบริษัทขายตรงที่ประกาศโหมทำตลาดเต็มสูบในอาเซียน

ในปีหน้าธุรกิจขายตรงตลาดอาเซียนจะทวีความร้อนแรงยิ่งขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการขายตรงไทยต่างต้องการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตนอกประเทศแทนที่จะปักธงเพียงแค่ในประเทศเท่านั้น “รมิตา เฮลธ์ แอนด์ บิวตี้” เป็นอีกหนึ่งบริษัทขายตรงที่ประกาศโหมทำตลาดเต็มสูบในอาเซียน

ใจกล้า กาดำดวน รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท รมิตา เฮลธ์ แอนด์ บิวตี้ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงรมิตา เปิดเผยว่า ในปีหน้านี้ผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงของไทยและบริษัทขายตรงระดับแนวหน้าจากต่างประเทศ จะเข้าไปเปิดตลาดหรือดำเนินการตลาดเชิงรุกในอาเซียน จากปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้าไปเปิดธุรกิจแล้วสัดส่วนถึง 20% และปีหน้าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 30%

ปัจจัยสำคัญทำให้อาเซียนกลายเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการขายตรงรุมทึ้ง มาจากสภาพตลาดชายตรงอาเซียนมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก กฎหมายหรือกฎระเบียบเอื้อต่อการทำตลาด ประชากรที่มีถึง 600 ล้านคน ซึ่งหมายถึงกำลังการซื้อมหาศาล เมื่อเทียบกับตลาดขายตรงในไทยมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ปีหน้าคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ถึง 7% โดยมีปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจที่ผกผันจากปัญหาการเมือง อีกทั้งยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันมีความรุนแรง

“ปีนี้ธุรกิจขายตรงในไทยเจอมรสุมรุมเร้า โดยเฉพาะข่าวลบการเกิดมันนี่เกมหรือแชร์ลูกโซ่ การเปิดศึกชิงซื้อแม่ทีมขายตรง ล้วนเป็นปัจจัยลบ ทลายความเชื่อมั่นของผู้ที่สนใจจะเข้าสู่ธุรกิจขายตรง ขณะที่ธุรกิจขายตรงในไทยปีนี้ มีอัตราการเติบโตไม่ถึง 5% เพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ภาวะตลาดยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว เพียงแต่สถานการณ์ไม่เอื้อต่อการทำตลาดหรือการเติบโตมากกว่า” ใจกล้า กล่าว

ดังนั้น จึงไม่แปลกหากผู้ประกอบการขายตรงต่างจ้องยึดหัวหาดธุรกิจขายตรงในอาเซียน ส่วนตลาดในไทยปีหน้าผู้ประกอบการจะทำตลาดเพียงแค่เน้นรักษาฐานลูกค้าเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การเข้าไปทำตลาดอาเซียนส่วนใหญ่เป็นรูปแบบการใช้แม่ทีม ซึ่งไม่เข้มข้นหากเทียบกับการเข้าไปเปิดสำนักงานเอง ประเด็นที่ต้องจับตาคือ การแข่งขันคงเป็นเรื่องแผนการจ่ายผลตอบแทน การทำโปรโมชั่น กลยุทธ์การตลาด รวมทั้งการควักสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ

สำหรับแผนธุรกิจรมิตาจะรุกตลาดอาเซียนปีหน้านี้ โดยขยายสาขาเพิ่ม 10 สาขา ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ลาว เพิ่มจาก 11 สาขา เป็น 14 สาขา เวียดนาม เพิ่มจาก 3 สาขา เป็น 5 สาขา พม่า เพิ่มจาก 2 สาขา เป็น 3 สาขา และกำลังจดทะเบียนบริษัทลูกในมาเลเซีย เพื่อใช้เป็นฐานเข้าไปเปิดตลาดมุสลิม อาทิ บรูไน เป็นต้น

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมานี้ รมิตาให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แผนการจ่ายผลตอบแทนเป็นรูปแบบไบนารี่ ส่วนการทำตลาดในไทยเน้นรักษาฐานลูกค้าที่มีกว่า 1 แสนรหัส แบ่งเป็นนักธุรกิจเพียงแค่ 8% เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 92% เป็นผู้บริโภค

นอกจากนี้ ในช่วงต้นปีหน้าบริษัทจะเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่ จากปัจจุบันมีร่วม 60 รายการ สินค้าที่คาดว่าจะเป็นดาวรุ่งในกลุ่มธุรกิจขายตรง ยังคงเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์เพื่อสุขภาพและความงาม จากกระแสสุขภาพที่มาแรงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ส่วนรายได้ปีนี้ 250 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 500 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ

ในปีหน้านี้ถือว่าเป็นอีกย่างก้าวหนึ่งที่สำคัญ สำหรับรมิตา เฮลธ์ แอนด์ บิวตี้ กับการเปิดแผนบุกตลาดอาเซียน ความท้าทายคงเป็นเรื่องการแข่งขันในเวทีระดับภูมิภาค โดยบริษัทตั้งเป้ามีรายได้ 500 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ในตลาดอาเซียนเพิ่มจาก 70% เป็น 80% ส่วนภายในประเทศจาก 30% เหลือเป็น 20% จะถึงฝั่งฝันหรือไม่ คงต้องจับตาดูกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน