
อุ้มเอสเอ็มอีฝ่าม็อบ
สสว.ช่วยเพิ่มช่องทางขายหาทุนจับมือเวิลด์แบงก์ปั้นไทยฮับภูมิภาค
สสว.ช่วยเพิ่มช่องทางขายหาทุนจับมือเวิลด์แบงก์ปั้นไทยฮับภูมิภาค
สสว.เตรียมจับมือเวิร์ลแบงก์ทำแผนส่งเสริมเอสเอ็มอี ฉบับ4 หนุนไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน ชี้การเมืองกระทบยอดผู้ประกอบการเตรียมเข้าช่วยเหลือหลังเหตุการณ์สงบ ด้านแผนงานปี 2557 เน้นหาช่องทางขายและเร่งพัฒนาผู้ประกอบการตั้งเป้าเพิ่มจีดีพีเอสเอ็มอีเป็น 40% ในปี 2559
สสว. เตรียมแผนเยียวยาเอสเอ็มอีหลังม็อบจบ พร้อมจับมือเวิลด์แบงก์ทำแผนชูไทยฮับอาเซียน
นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในแง่ที่ผู้บริโภคลด โดยหลังเหตุการณ์สงบ สสว.จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือผ่านเครื่องมือต่างๆ ที่ สสว.มีอยู่หลายโครงการ เช่น การจัดงานอีเวนต์ต่างๆ เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย การประสานงานสถาบันการเงินเพื่อหาแหล่งเงินทุนให้ผู้ประกอบการ
ขณะเดียวกัน สสว.จะปรับเป้าหมายการผลักดันจีดีพีของเอสเอ็มอีต่อจีดีพีรวมของประเทศ ตามแผนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2555-2559) ให้เป็น 40% จากเดิม 38% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผน และจะเปิดเผยภายใน 6 เดือน
พร้อมกันนี้ ยังร่วมกับธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) วางแผนฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2560-2564) ซึ่งจะใช้เวลาวางแผนประมาณ 12 เดือน ก่อนได้ร่างเบื้องต้น และคาดว่าแผนนี้จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการส่งเสริมเอสเอ็มอีของภูมิภาคอาเซียน และจะผลักดันให้จีดีพีเอสเอ็มอีขึ้นมาเป็น 42% ของจีดีพีรวม
น.ส.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า การร่วมวางแผนกับเวิลด์แบงก์จะช่วยให้มีข้อมูลของประเทศอื่นในภูมิภาคมาใช้วางแผน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการส่งเสริมเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางได้ โดยมีนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากที่สนใจเข้ามาลงทุนในไทย แม้จะมีปัญหาการเมืองภายในประเทศ แต่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทยมานานเข้าใจประเทศไทยดี และยังยืนยันที่จะเข้ามาลงทุนต่อไป ล่าสุด สสว.จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมไอที เชิญนักลงทุนจากกลุ่มอาเซียนบวก 3 จำนวน 28 ราย มีผู้ไม่มาร่วมงานเพียงรายเดียว และยืนยันไม่ให้ยกเลิกงาน เพราะต้องการพบผู้ประกอบการไทย 150 ราย
น.ส.วิมลกานต์ กล่าวว่า ตอนนี้นักลงทุนจากยุโรปสนใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เพราะฐานการผลิตในยุโรปทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง ซึ่งล่าสุดคณะมนตรียุโรปได้ทำข้อตกลงกับไทยที่จะแต่งตั้งทูตด้านเอสเอ็มอี เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนด้านการพัฒนาและการค้าเอสเอ็มอีด้วย
“ตอนนี้ ต่างชาติยังสนใจลงทุนในเมืองไทย แม้ว่าจะเห็นแนวโน้มเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียมากขึ้นแต่ก็เป็นฐานผลิตคนละกลุ่ม โดยไทยเป็นการผลิตในอุตสาหกรรมที่เน้นเทคโนโลยีสูง แต่อินโดนีเซียเน้นการผลิตที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ” น.ส.วิมลกานต์ กล่าว
“ตอนนี้ต่างชาติยังสนใจลงทุนในไทย โดย แม้จะเห็นว่ามีการเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียมาขึ้นแต่ก็เป็นฐานผลิตคนละกลุ่ม โดยในไทยจะเป็นการผลิตอุตสาหกรรมที่เน้นเทคโนโลยีสูงแต่อินโดนีเซียเน้นการผลิตที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ”นางสาววิมลกานต์ กล่าว
สำหรับในปี 2557 สสว.ได้จัดสรรงบประมาณ 838.95 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมเอสเอ็มอี เน้นทั้งการพัฒนาและเพิ่มช่องทางการขยายสินค้าให้ผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายพัฒนาเพิ่มศักยภาพให้เอสเอ็มอี พัฒนาอาชีพให้ผู้ประกอบการรายใหม่และผู้ประกอบการรายเดิมไม่น้อยกว่า 1.1 หมื่นราย พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการไม่น้อยกว่า 2,100 ผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีรายได้จากการขยายโอกาสทางการตลาดไม่น้อยกว่า 620 ล้านบาท ให้ความช่วยเหลือโดยการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการ 29,245 ราย ในวงเงินสินเชื่อประมาณ 1.25 หมื่นล้านบาท พร้อมเสริมสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศรวม 18 กลุ่มจังหวัด 21 เครือข่าย







