
"สหกิจอินเตอร์"สู่อาเซียนปั้นแรงงาน-สร้างการเรียนรู้
นับเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่โมเดลสหกิจศึกษาเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย แต่ตลอดช่วง 2-3 ปีมานี้
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
นับเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่โมเดลสหกิจศึกษาเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย แต่ตลอดช่วง 2-3 ปีมานี้ ความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชนในการพัฒนาบุคลากรยิ่งแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานร่วมสมาคมสหกิจศึกษาโลก และรองประธานฝ่ายการผลิต บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า สหกิจศึกษาคือการให้นักเรียนนักศึกษาเข้ามาทำโครงการหรือสิ่งที่ได้รับมอบหมายร่วมกับองค์กรเอกชนเป็นเวลาประมาณ 4 เดือน เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ว่าภาคเอกชนจะรอให้สถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย เป็นผู้สร้างคนเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องมีการร่วมมือกันเพื่อให้ตอบโจทย์ตามที่เอกชนคาดหวังด้วย
เขามองว่า สหกิจศึกษาคือโครงการ “Winning Solution” ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ 1.นักศึกษาได้รู้ว่าสิ่งที่เรียนมาจะนำมาใช้อย่างไร ได้ประสบการณ์จากสนามทดลองจริงมากกว่าที่ทำอยู่ในมหาวิทยาลัย และมากกว่าการฝึกงานเพียงแค่ 30-45 วัน ซึ่งมักได้แค่ทักษะการบริการ
2.อาจารย์ได้ร่วมมือกับภาคเอกชนปรับปรุงการเรียนการสอน และความรู้ของตัวเองให้ทันต่อสถานการณ์ใหม่ๆ และ 3.ภาคเอกชนได้ทั้งแรงงานและไอเดียใหม่ๆ มีโอกาสรับเด็กสหกิจศึกษาที่มีความสามารถมาเป็นพนักงานในอนาคต ตลอดจนได้สร้างภาพลักษณ์องค์กรให้เป็นที่รู้จักของมหาวิทยาลัยไปด้วย
“ยิ่งก้าวสู่ประชาคมอาเซียน สหกิจศึกษายังมีประโยชน์ในแง่พัฒนาคุณภาพบัณฑิตไทยให้สูงขึ้น เพราะได้ฝึกประสบการณ์จริง ได้เรียนรู้ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยังไม่จบการศึกษา”
สำหรับภาคเอกชนมีโอกาสที่จะนำสหกิจศึกษามาสร้างประโยชน์ในยุคอาเซียนได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการทำ สหกิจศึกษานานาชาติ หรือ InterCooperative Education
วิธีการคือ การเชื่อมโยงความร่วมมือของบริษัทเอกชนกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เพื่อให้มีการส่งเด็กจากต่างชาติเข้ามาร่วมทำงานสหกิจศึกษากับบริษัทเอกชนในไทย
“ถ้าทำระดับนานาชาติ บริษัทจะมีโอกาสเห็นความเปลี่ยนแปลงก่อน ได้ปรับตัวก่อน และมีความพร้อมมากขึ้นในการรับมือความเปลี่ยนแปลง”
ปัจจุบัน มีบริษัทเอกชนไทยที่ทำสหกิจศึกษานานาชาติอยู่บ้าง แต่ยังมีรูปแบบแตกต่างกันไปและไม่ค่อยมีใครรับนักศึกษาต่างชาติจำนวนมาก
ขณะที่บริษัทของเขาเริ่มทำสหกิจศึกษามาประมาณ 6 ปี และขยายสู่ระดับนานาชาติมาแล้ว 1 ปีกว่า มีความร่วมมือกับทั้งประเทศในและนอกอาเซียน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เยอรมนี แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และกำลังจะร่วมมือกับมาเลเซียด้วย ทั้งนี้ ทั้งบริษัทมีนักศึกษาสหกิจศึกษาไทยปีละประมาณ 60-80 คน และสหกิจศึกษานานาชาติประมาณ 20 คน
สิ่งที่สัมพันธ์พบตลอดช่วง 1 ปีกว่า คือ 1.เด็กไทยและเด็กต่างชาติได้ประโยชน์ร่วมกัน เด็กไทยมีมุมมองกว้างขึ้น ขณะที่เด็กต่างชาติได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทย 2.เด็กไทยและเด็กต่างชาติยังมีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่มาก
“เด็กต่างชาติจะค่อนข้างกล้าคิดกล้าแสดงออก เวลาให้ทำโครงการอะไรเขาจะทำเป็นองค์รวม พอทำเสร็จเขาจะกลับมาบอกเราเป็นขั้นๆ เป็นเหตุเป็นผล และเสนอแนวทางตามความคิดของเขา ขณะที่เด็กไทยแม้จะมีความมุ่งมั่น ขยัน แต่ยังอยู่ในกรอบ บอกให้ทำเอบีซีก็ทำแต่เอบีซี ไม่เคยมีข้อเสนอกลับมาเป็นดีอีเอฟ”
อย่างไรก็ตาม เมื่อจบโครงการเด็กไทยมีพัฒนาการสูงขึ้นกว่าตอนที่เข้ามาเริ่มต้นอย่างชัดเจน เด็กรู้จักปรับตัวค้นพบตัวเองมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงไปในทางบวก
ในอีก 1 เดือนข้างหน้า เขาจะจัดโครงการอบรมเรื่องสหกิจศึกษานานาชาติ เพื่อยกระดับให้เป็นที่สนใจของผู้คนมากขึ้น ขณะเดียวกันในส่วนของสหกิจศึกษาไทย สมาคมสหกิจศึกษาไทยก็ได้จัดอบรมเจ้าหน้าที่และอาจารย์มหาวิทยาลัยมากว่า 3,000 คนแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และยังเดินหน้าจัดต่อไปทุก 3 เดือน เพราะสหกิจศึกษาคือสิ่งที่เป็นประโยชน์มากต่อทุกภาคส่วน และจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาคนไทยสู่ประชาคมอาเซียน







