
ชวนลงทุนอะไรดี
จากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ที่ขยายวงกว้างและรุนแรงขึ้น ข่าวคราวบ้านเราได้ถูกถ่ายทอดสู่สายตาของชาวโลก ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทยได้ชะลอหรือยกเลิกกันไปบ้างแล้ว โดยเฉลี่ยประมาณ 10-20% แต่โรงแรมแถวๆ ถนนข้าวสารออกมาร้องโอดโอยว่า นักท่องเที่ยวลดลงไปถึง 50%ทั้งๆ ที่เป็นช่วง HIGH SEASON ก็ตาม
จากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ที่ขยายวงกว้างและรุนแรงขึ้น ข่าวคราวบ้านเราได้ถูกถ่ายทอดสู่สายตาของชาวโลก ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทยได้ชะลอหรือยกเลิกกันไปบ้างแล้ว โดยเฉลี่ยประมาณ 10-20% แต่โรงแรมแถวๆ ถนนข้าวสารออกมาร้องโอดโอยว่า นักท่องเที่ยวลดลงไปถึง 50%ทั้งๆ ที่เป็นช่วง HIGH SEASON ก็ตาม
ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน ต.ค.ก็ลดลงมาอยู่ที่ 47.4 ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนลดลง 4.90 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงมาอยู่ที่ 76.60 ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะแย่ลงอีกในเดือน พ.ย. และถ้าการประท้วงยังไม่จบสิ้น ประเทศไทยยังหาทางออกไม่ได้ เดือน ธ.ค. ก็จะแย่ด้วย
ยังดีที่ดุลบัญชีเงินสะพัดเดือน ต.ค. ที่ออกมาเกินดุล 376 ล้านเหรียญสหรัฐ และดุลการค้าเกินดุล 337 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการนำเข้าที่หดตัวลง 4.% ฯลฯ จากสภาวการณ์และตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ ทำให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุด ได้ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ซึ่งเป็นการเซอร์ไพรส์นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ แสดงว่าได้คำนึงถึงอัตราการเติบโตที่แย่ลง และยังได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ลงด้วย แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน พ.ย.เพิ่มขึ้น 1.92% เมื่อเทียบกับของเดือนก่อนที่ 1.46% และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.85% เทียบกับ 0.71%
ค่าเงินบาทในเดือน ต.ค.อ่อนตัวลงประมาณ 3% นับว่าอ่อนตัวมากเป็นอันดับ 2 รองจากอินโดนีเซียที่ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงไปถึง 6% สาเหตุที่ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ มาจากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังทำให้มีการขายสุทธิพันธบัตร 66,211 ล้านบาท และขายหุ้นไทยสุทธิ 54,456 ล้านบาท ในช่วงระหว่างวันที่ 1 พ.ย.-2 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เราเห็นต่างชาติขายสุทธิวันละ 4,000-7,000 ล้านบาทหลายวันทีเดียว ขณะที่นักลงทุนในประเทศเป็นฝ่ายแบกรับแรงขายดัชนี SET INDEX จากวันที่ 31 ต.ค. ปิดที่ 1,442.88 ไหลลงมาทำจุดต่ำสุดที่ 1,345.02 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ถ้าใช้ปัจจัยทางเทคนิคมาตรวจจับดู ชาร์ตของ SET INDEX กำลังจะฟอร์มตัวเป็นรูปแบบ REVERSE HEAD&SHOULDER โดยเริ่มฟอร์มตัวมาตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. โดยมีจุดสูงสุดที่ 1,649.77 แล้วสร้างบ่าซ้ายที่ 1,338.81 เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. สร้างหัวที่ 1,260.08 เมื่อวันที่ 29 ส.ค. และสร้างบ่าขวาที่ 1,345.02 เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ถ้าดัชนีไม่ทำจุดต่ำสุดที่ต่ำกว่า 1,345.02 ก็พออนุมานได้ว่า บ่าขวาที่เห็นเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ถูกสร้างเรียบร้อย และน่าจะค่อยๆ SIDEWAY UP ขึ้นไปแถวๆ 1,650 จุด เพื่อให้รูปแบบ REVERSE HEAD&SHOULDER สมบูรณ์แบบ คาดว่าปีหน้าเราคงได้เห็น SET INDEXวิ่งไปถึงจุดดังกล่าว
ทีนี้ปัญหาคือ เราจะลงทุนในหุ้นกลุ่มไหนดี ผมมีแนวคิดอย่างนี้ครับ โดยปกติเวลาเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวถ้า IMF, WORRD BANK และหน่วยงานอื่นๆ ทำนายไม่ผิด อัตราเติบโตของ GDP ของโลกปี 2557 จะสูงกว่าปี 2556 จากเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด ญี่ปุ่นน่าจะดีขึ้น ส่วนหลายๆ ประเทศใน EU ก็ได้พ้นจากภาวะถดถอย เริ่มมีการฟื้นตัว สินทรัพย์ที่น่าลงทุนที่สุดก็คือตราสารทุนหรือหุ้นนั่นเอง
เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า “THE GREAT ROTATION” คือการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนจากตลาดสารหนี้ เข้าสู่ตลาดตราสารทุนนั่นหมายถึง แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยจะทยอยสูงขึ้น ในขณะนี้นักลงทุนจะยอมจ่ายเงินซื้อหุ้นในอัตราส่วน P/E ที่สูงขึ้น จากการคาดหมายว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะสูงขึ้น โดยปกติการขึ้นจะไม่ใช่เพียงระยะเวลาสั้นๆ จะกินเวลาไปหลายปีเลยทีเดียว
ถ้าท่านเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะลงทุนได้ถูกต้อง ผลตอบแทนก็ยิ่งจะสูงขึ้นไปอีก โดยกลุ่มที่ผมคาดว่าน่าจะได้ผลตอบแทนดีกว่ากลุ่มอื่น น่าจะเป็นกลุ่มส่งออก จากการที่เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าของเราฟื้นตัว และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงในปีหน้าจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้น การ TEPERING และยกเลิกคิวอี กลุ่มขนส่งทางเรือก็จะได้อานิสงส์ไปด้วยจากราคาค่าระวางเรือมีแนวโน้มสูงขึ้นในปีหน้า กลุ่มที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวน่าจะดี คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะมีปริมาณมากขึ้น กลุ่มปิโตรเคมีก็น่าจะดีขึ้น จาก MARGIN ที่สูงขึ้น กลุ่มหุ้นที่ TURN AROUNDจากผลประกอบการที่แย่ในปีนี้และปีก่อนๆ แล้วเริ่มจะมีผลประกอบการที่เป็นบวก ซึ่งเมื่อมีการฟื้นตัวจริง ราคาหุ้นน่าจะมีการดีดตัวอย่างแรง ส่วนกลุ่มประกันภัย ประกันชีวิตก็ยังเป็นกลุ่มที่มีผลประกอบการดีต่อเนื่อง ช่วงนี้ถ้าหุ้นตกลงมาก็ทยอยซื้อแล้วถือยาวข้ามปีกันนะครับ







