
ส่องสุดยอดนวัตกรรมไทยในงานเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี
การส่งเสริมนักพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้าวหน้าขึ้น
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
การส่งเสริมนักพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญก้าวหน้าขึ้น เพราะนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างและเสริมให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งสามารถแข่งขันในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลกได้
โครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจากโครงการสามารถ อินโนเวชั่น อวอร์ด ในเครือบริษัท สามารถ หลังจากที่ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ของการจัดงาน และล่าสุดได้ผู้ชนะการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย
ซูเปอร์ ควอโดรเตอร์ หรืออากาศยานไร้คนขับ คือชื่อของผลงานที่ชนะการประกวดในปีนี้ เป็นผลงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องของอากาศยานไร้คนขับ ที่ประเทศพัฒนาแล้วใช้เป็นเครื่องบินสอดแนม นี่คือรูปแบบของอากาศยานไร้คนขับลักษณะเดียวกันและทั้งหมดพัฒนาขึ้นโดยคนไทย
สำหรับการใช้งานใช้สำหรับการถ่ายภาพทางอากาศซึ่งสามารถทำได้แบบเป็นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว (วิดีโอ) หรือมองภาพจากจอมอนิเตอร์ (Real Time) ใช้สำรวจพื้นที่ ใช้สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ และการตลาดการโฆษณา หรือใช้ในงานที่เกี่ยวกับการเกษตร เช่น ใช้สำหรับการบินเพื่อพ่นปุ๋ย ยาฆ่าแมลง หรือใช้สำหรับการผสมเกสรของต้นพืช และยังนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ในกิจการของทหาร หรือการสำรวจภูมิประเทศเพื่อทำแผนที่
ปัจจัยที่ทำให้อากาศยานไร้คนขับชนะการประกวด เพราะวัสดุที่ใช้มีคุณภาพสามารถนำไปใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับของต่างประเทศ เป็นที่ยอมรับของกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งานและมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุดและคุ้มค่ากับการลงทุน เท่ากับว่าช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาสูงมาก เปิดโอกาสให้ผู้สนใจในประเทศได้มีผลิตภัณฑ์นี้ใช้อย่างแพร่หลายและได้รับการบริการหลังการขายอย่างดีเยี่ยม และแน่นอนว่ามีโอกาสนำผลิตภัณฑ์นี้ออกสู่ตลาดโลกด้วยแบรนด์ของคนไทย
ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า การค้นหานักเทคโนโลยีเลือดใหม่ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจต่อเนื่องกันมา 2 ปี และปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากซิป้า โดยทั้ง 3 หน่วยงานมีเป้าหมายร่วมกันในการสนับสนุนให้เยาวชนได้นำเอาแนวคิดด้านนวัตกรรมใหม่ๆ สู่การทำธุรกิจด้านเทคโนโลยีให้เกิดขึ้นได้จริง สอดคล้องกับนโยบายสูงสุดของที่ต้องการยกระดับความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีกลไกสนับสนุนอย่างต่อเนื่องสำหรับนักเทคโนโลยีที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ เช่น การให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ การต่อยอดผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีอื่นๆ โอกาสในการพบนักลงทุน คู่ค้า และการเข้าร่วมการจับคู่ธุรกิจด้วย
ทั้งนี้ การสนับสนุนโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีปี 3 ซึ่งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจภายใต้ สวทช. ที่เป็นผู้วางหลักสูตรการอบรมให้ความรู้ได้มีการปรับเนื้อหาให้เหมาะกับนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำหลักสูตรการเขียนแผนธุรกิจที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นต้นแบบ หรือ Business model canvas มาใช้เสริมด้วยการเตรียมพร้อมด้านทักษะ ทั้งด้านเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ การเงิน และเทคนิคการนำเสนอผลงาน เพื่อสร้างโอกาสให้กับทุกทีมในการเป็นเถ้าแก่น้อยตัวจริงได้สำเร็จ
การจัดกิจกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการร่วมสร้างผู้ประกอบการใหม่ ทางด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ให้พร้อมก้าวเข้าสู่ยุค Creative Economy ที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทาย โครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีจึงเป็นโครงการหนึ่งที่ช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีรายใหม่ให้มีเวทีแสดงผลงาน เพื่อเป็นที่ประจักษ์ในแวดวงอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ระดับนานาชาติต่อไป
เจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีในปีที่ผ่านมา สามารถนำมาต่อยอดเป็นธุรกิจทำเงินตัวจริงได้ ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้กว่าจะได้มาแต่ละทีมต้องผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการถึง 3 รอบ ผ่านการลงสนามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำตลาดจริง จนได้รับการคัดเลือกให้ได้รับทุนเถ้าแก่น้อยสำหรับเริ่มต้นธุรกิจ จำนวน 25 ทุน ทุนละ 2 หมื่นบาท และในที่สุดก็ได้ทีมชนะเลิศเป็นสุดยอดนักคิด นักพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ รับเงินรางวัล 2 แสนบาท
นอกจากอากาศยานไร้คนขับยังมีรางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้แก่ผลงาน Smart NFC และ LookME และรางวัลชมเชยอีก 2 รางวัล คือ ผลงาน Findit และ Opoog โดยทั้ง 3 ทีม
ในปีหน้าโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีจะมุ่งเน้นสร้างโอกาสและการต่อยอดทางธุรกิจ เพิ่มความรู้ การสร้างประสบการณ์จากการออกตลาดจริง รวมทั้งจะเพิ่มกิจกรรมในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ เช่น เถ้าแก่น้อยพบนักลงทุน ส่วนรางวัลได้มีการเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย รางวัลสุดยอดเถ้าแก่น้อยมอบ 2 แสนบาท จะมีรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และอันดับ 2 มูลค่า 1 แสนบาท และ 5 หมื่นบาท ตามลำดับ และยังมีการมอบทุนสนับสนุนให้แก่ผลงานที่ผ่านเข้ารอบไม่ต่ำกว่า 20 ทุน ทุนละ 2 หมื่นบาท
ถือได้ว่านี่เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย







