
นักวิเคราะห์ลดประมาณการส่งออกเหลือ0.5%
ไทยพาณิชย์ ลดคาดการณ์ส่งออกไทยเหลือ 0.5% หลังส่งออกไทยยังไม่ฟื้น หดตัวอีก 0.7% ในเดือนตุลาคม
ไทยพาณิชย์ ลดคาดการณ์ส่งออกไทยเหลือ 0.5% หลังส่งออกไทยยังไม่ฟื้น หดตัวอีก 0.7% ในเดือนตุลาคม
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกบทวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยเกี่ยวกับภาคการส่งออก หลังจากกระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกของไทยเดือนตุลาคมอยู่ที่ 1.94 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 0.7% เทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 2.12 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 5.4% ดุลการค้าขาดดุล 1,771 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ทั้งนี้ การส่งออกยังคงหดตัวเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน มูลค่าการส่งออกของไทยยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำและหดตัวต่อเนื่องจากเดือนกันยายน นอกจากนี้มูลค่าการส่งออกในเดือนตุลาคมยังลดลงจากมูลค่าเฉลี่ยของไตรมาส 3 ประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สะท้อนถึงแนวโน้มของการส่งออกในไตรมาส 4 ที่อาจขยายตัวต่ำกว่าคาด
เมื่อดูตลาดคู่ค้า พบว่า ตลาดคู่ค้าหลักอย่าง ญี่ปุ่น ลดลงอย่างต่อเนื่อง การส่งออกไปญี่ปุ่นหดตัวอย่างรุนแรงถึง 12% และเป็นการหดตัว 6 เดือนติดต่อกัน ซึ่งทำให้การส่งออกไปยังญี่ปุ่นในช่วง 10 เดือนหดตัวสูงถึง 6% โดยสาเหตุหลักที่ทำให้การค้ากับญี่ปุ่นลดลงน่าจะมาจากการอ่อนค่าของค่าเงินเยน ซึ่งส่งผลให้ญี่ปุ่นนำเข้าจากไทยรวมถึงประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ จีน และยูโรโซน ลดลงไปด้วย นอกจากนี้การส่งออกของญี่ปุ่นที่อ่อนแอเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นไม่ขยายตัว อย่างไรก็ดีการส่งออกไปตลาดหลักอื่นๆ ในเดือนตุลาคม อันได้แก่ อาเซียน จีน สหรัฐฯ และยูโรโซน ขยายตัวได้ในระดับดี โดยเฉพาะจีนซึ่งขยายตัวได้ถึง 14.5%
แยกเป็นการส่งออกแต่ละกลุ่ม พบว่า สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังคงอ่อนแอ แต่การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งออกสินค้าเกษตรหลัก เช่น ข้าว และน้ำตาล ในเดือนตุลาคมหดตัวค่อนข้างมากที่ระดับ 25% และ 8% ตามลำดับ โดยเฉพาะการส่งออกน้ำตาลที่หดตัวนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา อีกทั้งการส่งออกกุ้งแปรูปและกุ้งกระป๋องยังคงหดตัวอย่างรุนแรงจากปัญหาโรคระบาด
สำหรับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมนั้น การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าหดตัวเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการหดตัวอย่างต่อเนื่องของการส่งออกโทรทัศน์ นอกจากนี้การส่งออกเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กไปยังฮ่องกง และอินเดียที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในปี 2012 ได้หดตัวอย่างรุนแรงมากกว่า 80% ในเดือนตุลาคม อย่างไรก็ดีการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น ตามเศรษฐกิจของจีนที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ขยายตัวได้ 2.8% สูงสุดในรอบ 9 เดือน
ด้านการนำเข้าหดตัวมากจากฐานที่สูง การนำเข้าที่หดตัวค่อนข้างมากเป็นผลมาจากการเร่งนำเข้าส่วนประกอบรถยนต์และอุปกรณ์ยานยนต์เพื่อนำมาผลิตตามยอดสั่งซื้อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากโครงการรถคันแรกในปี 2012 โดยการนำเข้าสินค้าในหมวดยานยนต์เดือนตุลาคมหดตัวถึง 29% นอกจากนี้การนำเข้าเครื่องจักรกลยังหดตัวอย่างต่อเนื่องตามการลงทุนที่ชะลอตัวลง
ขณะที่ ดุลการค้าขาดดุล 1,771 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การส่งออกที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ดุลการค้ากลับมาขาดดุลอีกครั้ง หลังจากเกินดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปีเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในขณะที่ดุลการค้าไม่รวมทองคำขาดดุล 693 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
EIC ประเมินการส่งออกในปี 2013 ขยายตัว 0.5% ต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิม มูลค่าการส่งออกของไทยในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมต่ำกว่าที่คาดไว้ค่อนข้างมาก ทำให้การส่งออกในปี 2013 น่าจะขยายตัวต่ำกว่า 1.5% ที่ EIC ประเมินไว้ก่อนหน้า โดยการส่งออกในช่วง 10 เดือนแรกของปีแทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2012 (-0.02%YOY) อย่างไรก็ดี EIC ยังมองว่า การส่งออกในอีก 2 เดือนที่เหลือน่าจะปรับตัวดีขึ้นได้ตามการฟื้นตัวของสินค้าส่งออกอันดับ 1 อย่างอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งน่าจะทำให้การส่งออกในปี 2013 ขยายตัวได้ประมาณ 0.5%







