
ม็อบป่วนไทยหลุดโผจัดงานไมซ์ยาว 2 ปี
"ทิก้า" ชี้ไทยหลุดโผสถานที่น่าจัดไมซ์ยาว 2 ปี หลังม็อบบุกทั่วกรุง ทำต่างชาติขาดความมั่นใจ เชื่อปีหน้าโตตัวเลขหลักเดียว หลุดฮับไมซ์อาเซียน
"ทิก้า" ชี้ไทยหลุดโผสถานที่น่าจัดไมซ์ยาว 2 ปี หลังม็อบบุกทั่วกรุง ทำต่างชาติขาดความมั่นใจ เชื่อปีหน้าโตตัวเลขหลักเดียว หลุดฮับไมซ์อาเซียน
นายสุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติไทย (ทิก้า) เปิดเผยว่า สมาคมฯประเมินผลกระทบที่จะได้รับจากการชุมนุมทางการเมืองในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซั่น)นี้ คาดว่า ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสทางการตลาดในธุรกิจการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) ช่วง 1-2 ปีนี้ เนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองไทย ภาพการเคลื่อนย้ายม็อบรอบเมืองหลวง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของบริษัทเอเจนซีจัดงาน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ระหว่างตัดสินใจเลือกใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานไมซ์
ทั้งนี้ การจัดงานไมซ์ โดยเฉพาะงานใหญ่ระดับนานาชาติ จำเป็นต้องวางแผนงานในระยะยาว ความเสี่ยงทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนเส้นทางจากประเทศไทยไปยังประเทศอื่นที่มีความพร้อมรองรับด้านการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันให้กับนักท่องเที่ยว คู่แข่งที่น่ากลัวของประเทศไทย ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง รวมถึงการเปลี่ยนเส้นทางไปทวีปอื่น ในแถบยุโรปอเมริกา
อย่างไรก็ตาม ในระยะ 3 เดือนข้างหน้า แนวโน้มการยกเลิกอาจไม่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากการจัดงานได้วางแผนไว้ล่วงหน้า และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้วางมัดจำการเดินทางไว้ล่วงหน้า ทำให้เดือนธ.ค.-ก.พ.ปีหน้า ยอดการยกเลิกจะมีจำนวนน้อย แต่อาจมียอดการเลื่อนเวลาจัดงานออกไป เพื่อรอดูให้สถานการณ์การเมืองไทยสงบ
“ตลาดไมซ์เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป การตัดสินใจจัดงานแต่ละครั้งเรื่องความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งถือเป็นมาตรฐานทั่วไป หากมีความสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ต่อให้ประเทศไทยมีสินค้าทางการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวสวยงามแค่ไหน ประเทศไทยจะไม่อยู่ในสายตาของนักท่องเที่ยวอีก เพราะมีหลายประเทศให้เลือกจัดงานจำนวนมาก” นายสุเมธ กล่าว
นอกจากนี้ไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ปีหน้า กรณีนักท่องเที่ยวจองสถานที่จัดงานล่วงหน้า เชื่อว่า จำนวนการเดินทางเข้างานจะมีลดลง หากม็อบยังชุมนุมยืดเยื้อถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งขณะนี้สมาคมฯไม่มีแผนการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด เนื่องจากต้องรอความชัดเจนทางการเมืองของประเทศอีกครั้ง
นายสุเมธ กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นแบบซ้ำๆ ทำให้ภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวไทยเสียหาย ซึ่งเชื่อว่าเป้าหมายการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง(ไมซ์) ในภูมิภาคอาเซียน ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงการเติบโตของตลาดไมซ์ในปีหน้าจะเติบโตเพียง 5-6% เท่านั้น โดยมีรายได้ไม่ถึง 1 แสนล้านบาท ตามที่สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) สสปน.ตั้งไว้ ทั้งๆที่ประเทศไทยมีศักยภาพเติบโต 15-20%ต่อปี







