posttoday
อุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย

อุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย

27 พฤศจิกายน 2556

ฉบับที่แล้วได้เขียนถึงไทยบิสป้า และได้มีการพาดพิงถึงอุทยานวิทยาศาสตร์และหน่วยบ่มเพาะ เลยเกรงว่าจะมีท่านผู้อ่านหลายท่านสงสัยว่าคืออะไร เพราะดังที่ได้เคยพูดถึงไว้แล้วในเรื่องไทยบิสป้าว่า จะมีเฉพาะผู้ที่อยู่ในวงการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเท่านั้นที่จะทราบว่าคืออะไร อุทยานวิทยาศาสตร์และหน่วยบ่มเพาะก็คล้ายคลึงกันกับไทยบิสป้า อาจจะเป็นที่รู้จักอยู่บ้าง แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้จัก ฟังแล้วก็จะงงๆ เพราะชื่อไปคล้ายคลึงกับป่าเขาลำเนาไพรอย่างอุทยานแห่งชาติไป แล้วยิ่งหน่วยบ่มเพาะซึ่งจะมีซ้ำๆ กับภาคธุรกิจหรือที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจการค้าเขาดำเนินการอยู่ ซึ่งที่จริงก็ไม่ได้ต่างกันเพียงแต่เป็นสินค้าทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ดำเนินการบ่มเพาะโดยคณาจารย์เสียเป็นส่วนใหญ่ และอุทยานก็เป็นป่าเหมือนกัน แต่เป็นป่าคอนกรีตที่มีอาคารและห้องแล็บต่างๆ ตั้งอยู่ภายในอุทยาน

ฉบับที่แล้วได้เขียนถึงไทยบิสป้า และได้มีการพาดพิงถึงอุทยานวิทยาศาสตร์และหน่วยบ่มเพาะ เลยเกรงว่าจะมีท่านผู้อ่านหลายท่านสงสัยว่าคืออะไร เพราะดังที่ได้เคยพูดถึงไว้แล้วในเรื่องไทยบิสป้าว่า จะมีเฉพาะผู้ที่อยู่ในวงการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเท่านั้นที่จะทราบว่าคืออะไร อุทยานวิทยาศาสตร์และหน่วยบ่มเพาะก็คล้ายคลึงกันกับไทยบิสป้า อาจจะเป็นที่รู้จักอยู่บ้าง แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้จัก ฟังแล้วก็จะงงๆ เพราะชื่อไปคล้ายคลึงกับป่าเขาลำเนาไพรอย่างอุทยานแห่งชาติไป แล้วยิ่งหน่วยบ่มเพาะซึ่งจะมีซ้ำๆ กับภาคธุรกิจหรือที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจการค้าเขาดำเนินการอยู่ ซึ่งที่จริงก็ไม่ได้ต่างกันเพียงแต่เป็นสินค้าทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ดำเนินการบ่มเพาะโดยคณาจารย์เสียเป็นส่วนใหญ่ และอุทยานก็เป็นป่าเหมือนกัน แต่เป็นป่าคอนกรีตที่มีอาคารและห้องแล็บต่างๆ ตั้งอยู่ภายในอุทยาน

ดังนั้น ลองมาดูว่าอุทยานวิทยาศาสตร์และหน่วยบ่มเพาะคืออะไรกันดีกว่า

อุทยานวิทยาศาสตร์ หรือ Science Park คือ นิคมวิจัย ที่มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบริษัทในการดำเนินงานวิจัยและพัฒนา จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 ซึ่งจากเอกสารรายงานการดำเนินงานของไทยบิสป้าประจำปี 2555 ได้รายงานว่าการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ในระยะที่หนึ่งได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีบริษัทที่เข้ามาตั้งในอุทยานเพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการทำวิจัยร่วมและหน่วยบ่มเพาะทั้งหมดกว่า 60 บริษัททั้งไทยและต่างประเทศ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ มีสถาบันวิจัย 4 สถาบัน มีมหาวิทยาลัย 4 มหาวิทยาลัย และโรงเรียนแพทย์ 1 แห่ง งานวิจัยที่ดำเนินการอยู่มี เช่น ด้าน Biotechnology ด้าน Information Technology ด้าน Metals และ Materials Technology และด้าน Nanotechnology ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นส่วนสนับสนุนธุรกิจการเกษตรและอาหาร สุขภาพและยา พลังงาน และสิ่งแวดล้อม

ในขณะเดียวกันกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็ได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคทั้งสามของประเทศไทย ได้แก่ ภาตใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา ให้มีการยกระดับการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจเอกชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค เพื่อแก้ปัญหาที่ค่อนข้างมีมาอย่างเรื้อรังก็คือ การมีการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยต่างๆ หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง แต่ผลการวิจัยนั้นยังกระจุกตัวอยู่ตามแหล่งดังกล่าวโดยไม่มีการเชื่อมต่อมายังภาคเอกชน

สำหรับเอกชนที่ต้องการผลงานวิจัยก็ไม่ทราบว่าจะไปหาที่ไหนได้ ปัญหานี้รวมไปถึงการวิจัยที่มีผลงานออกมาไม่ตรงกับความต้องการของตลาดด้วย อันนี้ผู้เขียนคงต้องขอเติมเองด้วยว่า ความไม่ตรงต่อตลาดนั้นมีอยู่ 3 ประการ คือ ไม่ตรงต่อความต้องการของตลาดเลย คือเป็นอะไรที่นักวิจัยสนใจจะวิจัยโดยไม่สนใจว่าตลาดจะต้องการหรือไม่ กับอีกประการหนึ่งคือคุณภาพงานวิจัยไม่ดีพอ หรือเทคโนโลยีไม่ซับซ้อน เป็นเทคโนโลยีพื้นๆ ที่ตลาดไม่ให้ความสนใจ เนื่องจากมีเทคโนโลยีที่ดีกว่านั้นจากต่างประเทศ หรือกรณีที่สามก็คือ ผลงานวิจัยที่ได้ต้องนำไปพัฒนาต่อ อาจพัฒนาต่อไปได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับบริษัทและความต้องการของตลาด ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น วงแหวนหนึ่งวงจะไปประกอบเป็นอะไรได้บ้าง ดังนั้นการที่มีบริษัทเข้ามาตั้งในอุทยานวิทยาศาสตร์ทำการวิจัยร่วม ฯลฯ จึงเป็นผลดีในแง่ที่ผลงานวิจัยจะสนองตอบความต้องการของตลาดได้มากขึ้น

ในส่วนกรณีของอุทยานวิทยาศาสตร์ในระดับภูมิภาคกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ก็ได้ตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า SPA (Science Park Promotion Agency) ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมและประสานงาน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการที่รัฐช่วยให้การส่งเสริมนี้ ผู้เขียนเห็นว่ายังมีข้อจำกัดอยู่ค่อนข้างมาก ทั้งในเรื่องกำลังคน งบประมาณ ฯลฯ

นอกจากในเรื่องอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สิ่งที่ต้องมีควบคู่กันไปก็คือ หน่วยบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี (Technology Business Incubator) เนื่องจากในบางกรณีการคิดค้นวิจัยด้านเทคโนโลยีอาจนำไปสู่การผลิตผลงานวิจัยนั้นออกเป็นผลิตภัณฑ์ จึงจำเป็นต้องมีแหล่ง “อนุบาลบริษัทที่ตั้งใหม่” (Startup) ผู้เขียนขอใช้คำจากเอกสารของบิสป้าเพราะฟังแล้วนึกเห็นภาพได้เหมือนกับการอนุบาลลูกปลา ลูกกุ้ง เนื่องจากบริษัทที่ตั้งใหม่ก็ยังมีความอ่อนแอไร้เดียงสาในเชิงธุรกิจและการตลาด จึงเปรียบเสมือนตัวอ่อนของลูกปลาหรือลูกกุ้ง

ระยะเวลาอนุบาลบริษัทเกิดใหม่จะไม่เกิน 3 ปี และเน้นเฉพาะการบ่มเพาะผู้ประกอบการที่ดำเนินการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจากเอกสารรายงานของบิสป้าก็เห็นว่าพอจะมีความสำเร็จอยู่บ้าง มีบริษัทที่ยกตัวอย่างเป็นกรณีความสำเร็จได้ เช่น บริษัท ไอสครีม เอนไวรอุรเมนทอล แอนด์รีเสริช ซึ่งมีรางวัล ASPA Grand Prize Award 2012 ที่มอบโดยสมาคมอุทยานวิทยาศาสตร์ ภูมิภาคเอเชีย (Asian Science Park Association หรือ ASPA) เป็นประกัน รวมถึงรางวัลอื่นๆ อีก

ผู้เขียนได้หยิบยกเรื่องของไทยบิสป้า อุทยานวิทยาศาสตร์และหน่วยบ่มเพาะทางเทคโนโลยีมาเขียนในช่วงจังหวะที่การเมืองค่อนข้างร้อนแรง เพราะเห็นว่ามีบทความเรื่องที่เกี่ยวกับการเมืองค่อนข้างมาก ประชาชนไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็เครียดกันไปหมด จึงคิดว่ามีบทความที่เว้นวรรคเรื่องการเมืองบ้างจะได้ผ่อนคลาย แล้วก็ยังมีโอกาสให้ผู้อ่านที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยตรงได้ทราบถึงองค์กรเหล่านั้นบ้างก็น่าจะเป็นประโยชน์

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน